lasikeyesurgery101.com

สาระทั่วไป

Archive for February, 2012

พิสูจน์แล้ว!! สภาพผมส่งผลต่อสุขภาพจิต

สังเกตตัวเองกันบ้างไหมคะ ว่าวันไหนที่สาว ๆ รู้สึกว่าตัวเองผมไม่สวยเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเพราะผมลีบ ผมมัน ผมฟูเพราะอากาศชื้น ฯลฯ จะทำให้คุณอารมณ์บูดไปได้ทั้งวัน ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากไปพบปะเจอผู้คนเยอะ ๆ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่มีอาการดังกล่าว เพราะดูท่าทางคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในอารมณ์เช่นนี้ในวันที่ผมไม่สวยอย่างใจเช่นเดียวกัน โดยความรู้สึกหงุดหงิดสุขภาพจิตเสียที่มีสาเหตุมาจากสุขภาพผมไม่ดีนั้น ได้รับการพิสูจน์โดยนักจิตวิทยาแล้ว ว่ามีความเชื่อมโยงส่งผลถึงกันจริง ศาสตราจารย์วิเวียน ดีลเลอร์ นักจิตวิตยา และผู้เขียนหนังสือ ”Face It” ซึ่งว่าด้วยเรื่องความงามและรูปลักษณ์ภายนอกส่งผลถึงสุขภาพจิตอย่างไร โดยศาสตราจารย์ดีลเลอร์กล่าวว่า “เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ความจริงแล้วคนเรานั้นให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตามากขนาดไหน เรารู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกล้วนส่งผลต่อความมั่นใจส่วนตัว การเข้าสังคม และการใช้ชีวิต” และต่อให้สิ่งที่คนส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่า “ความดีต้องออกมาจากข้างใน” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีรูปลักษณ์ที่ดูดี ทั้งหน้าตา ทั้งผมเผ้าที่ดูดี ทำให้เรามีความรู้สึกเชิงบวกกับตัวเอง แม้จะฟังดูตื้น ๆ แต่ก็เป็นความจริงอย่างยิ่งเลยทีเดียว วันที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เรียบร้อย นอกจากคุณจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ยังรู้สึกหวาดระแวง กังวลว่าคนรอบข้างจะมองคุณอย่างไร เมื่อไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ไม่น่ามอง พาลทำให้คิดถึงหรือมองเรื่องอื่น ๆ ในด้านลบ หรือมองด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ไปด้วยนั่นเอง หากรู้ว่าการดูแลผมให้ดูสุขภาพดี จะส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เช่นนี้ สาว ๆ ก็อย่ารอช้าที่จะหมั่นบำรุงดูแลเส้นผมให้สวยเงางาม และชุ่มชื้นเป็นประจำ รวมทั้งดูแลภาพรวมของทั้งเรือนร่างให้ดูดีอยู่เสมอด้วยนะคะ

Read the rest of this entry »

เรื่องผิว..อะไรควรเชื่อใหม่ได้แล้ว

  ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ความจริงในครั้งหนึ่งอาจกลายเป็นความเข้าใจผิดไปได้อย่างง่ายดายในวันถัดมา และที่ยิ่งทำให้สับสนยิ่งขึ้นก็คือ คำแนะนำที่ผู้หญิงได้รับการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาจากแหล่งต่าง ๆ และต่อไปนี้คือความเชื่อในเรื่องการสร้างความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวที่บอกเล่าต่อกันมา และหลายเรื่องต้องอัพเดตได้แล้ว เพื่อให้คุณสามารถหยุดเวลาและย้อนอายุผิวได้อย่างที่ใจต้องการ        1. เคลนเซอร์ที่มีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้งไม่ได้ผล เพราะคุณล้างมันออกไปหมดในทันที            เคลนเซอร์แอนตี้เอจจิ้งบางชนิด โดยเฉพาะชนิดที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก สามารถช่วยทำให้ผิวดูดีขึ้นได้จริง ๆ เพียงแค่การสัมผัสกับมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็อย่ารีบร้อนเกินไปนักในระหว่างการล้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าผิวของคุณดูดซับคุณประโยชน์จากส่วนผสมในเคลนเซอร์ โดยการนวดผิวหน้าเบาๆ สักหนึ่งหรือสองนาทีในขณะล้างหน้าก่อนล้างออก คุณอาจสลับการใช้เคลนเซอร์ตามปกติของคุณกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบผ้าเช็ดผิวสำเร็จรูป ซึ่งหลายชนิดมีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้ง อย่างเช่น กรดเอเอชเอ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ คุณไม่ต้องล้างมันออกจากผิว       2. ผลิตภัณฑ์ขัดลอกผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่นสำหรับใช้ที่บ้านไม่มีอะไรต่างกับสครับทั่วไป นอกจากความจริงที่ว่าทั้งสองอย่างต่างเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับขัดลอกเซลล์ผิวแล้ว ผลิตภัณฑ์ทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย สครับมักมีเม็ดขัดที่หยาบกร้าน ซึ่งอาจรุนแรงเกินไปสำหรับผิวบอบบาง แต่ผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่น จะมีเม็ดขัดที่ละเอียดกว่า และรุนแรงต่อผิวน้อยกว่าด้วย       3. เป็นเรื่องดีที่จะลอกหน้าด้วยกรดไกลโคลิก หรือผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบอรชั่นสัปดาห์ละสองครั้ง แต่การใช้ทุกวันดียิ่งกว่า การใช้ของดี ๆ มากเกินไปก็อาจไม่ดีได้ การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ บ่อยเกินไปทำให้ผิวของคุณรู้สึกเรียบลื่นขึ้นได้ชั่วคราว แต่อาจระคายเคืองได้ในระยะยาว และยิ่งคุณใช้มันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรักษาสุขภาพผิวได้ยากเท่านั้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องการช่วงเว้นว่างเพื่อให้ผิวฟื้นตัว [...]

Read the rest of this entry »

12 เรื่อง.. ทำได้จะสวยไม่สร่าง

ในชีวิตประจำวันมีหลายเรื่องที่เราทำอยู่ บางเรื่องเราก็มองข้าม หากอยากคงความสวยไว้แบบนี้นานๆ ก็มีอยู่หลายเรื่องนะที่ควรใส่ใจและมองข้ามไม่ได้เชียวแหละ…       “อย่าทำ” และ “ต้องระวัง”       1. อย่าทำความสะอาดผิวจนรู้สึกฝืด การทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างแน่นอน แต่การทำความสะอาดผิวพร้อมกับการขัดถูผิวอย่างรุนแรงเกินไป การล้างหน้าวันละหลายครั้ง การใช้เคลนเซอร์ที่ “ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก” อาจทำให้ผิวของคุณแห้งตึงหรือแตกลอกได้ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังบอกว่าการทำความสะอาดผิวมากเกินไปอาจทำให้ผิวที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวได้ง่ายแย่ลงไปอีก เนื่องจากต่อมน้ำมันในผิวถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยกับน้ำมันที่ถูกกำจัดออกไป ผลก็คือผิวที่มันขึ้นและอุดตันรูขุมขนมากขึ้น     2. อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเอเอชเอมากเกินไป เอเอชเออาจทำสิ่งดี ๆ ให้ผิว แต่ก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้ถ้าใช้มากจนเกินไป ผู้หญิงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีกรดเอเอชเอความเข้มข้นสูง ๆ เสี่ยงต่อการเกิดอาการระคายเคืองต่อผิว และยังทำให้ผิวไวต่อการไหม้แดดมากขึ้นด้วย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอต่ำ ๆ อย่างเช่น 2 เปอร์เซ็นต์ จะปลอดภัยมากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอสูงถึง 4 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น ถ้าคุณยังใหม่ต่อการใช้เอเอชเอ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอเพียงชิ้นเดียว และใช้เพียงวันละครั้ง และอย่าลืมใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวทุกครั้งด้วย       3. อย่าขัดผิวมากเกินไป การขัดลอกผิวเพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิว อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผิวของคุณดูสดใสขึ้น แต่การใช้สครับที่มีเม็ดขัดหยาบกร้านหรือการใช้ใยบวบเพื่อขัดหน้า รวมถึงการใช้สครับที่ใช้สำหรับผิวกายกับผิวหน้า มีแต่จะทำให้ผิวของคุณแย่ลง และถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอยู่แล้ว เช่น [...]

Read the rest of this entry »

“อั่งเปา” และ “แต๊ะเอีย” แตกต่างกันยังไง

สำหรับ “แต๊ะเอีย“ หรือ “อั่งเปา“ ที่ เรามักพูดถึงกันนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลตรุษจีน เด็กๆ หลายคนรอคอยเทศกาลนี้เพราะจะได้ทานขนมอร่อยๆ และรอรับอั่งเปาหรือแต๊ะเอียจากบรรดาญาติผู้ใหญ่ หลายคนมีความสงสัยว่า “อั่งเปา” และ “แต๊ะเอีย” นั้นแตกต่างกันยังไง ทำไมถึงเรียกไม่เหมือนกัน และจริงๆ ควรเรียกว่าอะไรกันแน่… คำตอบก็คือ จริงๆ แล้วเราสามารถเรียกได้ “อั่งเปา” และ “แต๊ะเอีย” แต่ความแตกต่างของสองคำนี้อยู่ตรงที่ … คำว่า “อั่ง” แปลว่า สีแดง คำว่า “เปา” แปลว่า ซอง ห่อ “อั่งเปา” แปลว่า ซองสีแดง แต่ความหมายของอั่งเปาอยู่ที่ของในซองสีแดง ซึ่งหมายถึง เงิน หรือ ธนบัตร หรือ เช็คแลกเงินที่อยู่ในซองนั้นมากกว่า “อั่งเปา“ คือ ซองสีแดงที่ผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วหรือมีรายได้จะใส่เงินแล้วนำมาให้ผู้น้อย หรืออาจจะแลกเปลี่ยนกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย [...]

Read the rest of this entry »

เสริมความงามไทยเจ๋ง ต่างชาตินิยมฉีดสารเติมเต็มให้ผิวเต่งตึง

ความรู้เวชศาสตร์ความงามของไทยติดอันดับหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนนิยมเพราะไม่เป็นอันตราย มีอายุประมาณ 1 ปี รศ.นพ.มนตรี อุดมเพทายกุล ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนัง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าความรู้ด้านเวชสำอางหรือการทำให้เกิดความสวยงามบนผิวกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องสำอาง การใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มาทำให้ผิวกายเราสวยงาม สดใส เปล่งปลั่ง เต็งตึง ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์  การใช้คลื่นวิทยุ ตลอดถึงการใช้ยา ความรู้และการรักษาผู้ป่วยที่มารักษาด้านเวชสำอางของประเทศไทยติดอันดับ 1 ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างชาตินิยมมารักษา อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิยมมารักษาในเมืองไทย “ส่วนใหญ่นิยมมาฉีดฟิลเลอร์ (Filler)สารเติมเต็มในผิวหนัง แพทย์จะฉีดลงไปบริเวณใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มร่อง หลุมหรือโพรงใต้ผิว เข้าไปทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูโรนิกแอสิด (Hyaluronic acid) ในผิวที่เสื่อมสลายไป ทำให้ผิวบริเวณนั้นๆ เต็มและตึงตัวขึ้น ร่อง ริ้ว ตลอดจนรอยย่นต่างให้คลายตัวออก จึงช่วยคืนสภาพผิวอันอ่อนเยาว์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง และฟิลเลอร์จะสลายตัวไปตามธรรมชาติ เป็นสารที่ปลอดภัยคนไข้จะไม่แพ้ มีอายุ 1  ปีในการฉีดเข้าไปบริเวณร่องแก้มหรือจมูก ใต้ตา เมื่อฉีดที่ร่องแก้ม ก็จะทำให้ร่องแก้มเต็มขึ้นทันที  คนไข้นิยมวิธีการการฉีดฟิลเลอร์อย่างมากเพราะไม่เจ็บตัว นอกจากฉีดที่ร่องแก้วแล้วยังนิยมใช้ฟิลเลอร์เติมบริเวณจมูก เพื่อให้โด่งขึ้น เนื่องจากบางคนไม่อยากจะใช้การศัลยกรรมด้วยซิลิโคนทันที หากไม่สวยก็ต้องไปเอาซิลิโคนออกอีก เป็นการเจ็บตัวเนื่องจากต้องทำการศัลยกรรมเป็นการผ่าตัด ตกแต่งและนำซิลิโคนเข้าไป แต่การฉีดฟิลเลอร์จะทำให้คนไข้ได้ตัดสินใจว่าควรจะศัลยกรรมจมูกแบบศัลยกรรม [...]

Read the rest of this entry »