ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ความจริงในครั้งหนึ่งอาจกลายเป็นความเข้าใจผิดไปได้อย่างง่ายดายในวันถัดมา และที่ยิ่งทำให้สับสนยิ่งขึ้นก็คือ คำแนะนำที่ผู้หญิงได้รับการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาจากแหล่งต่าง ๆ และต่อไปนี้คือความเชื่อในเรื่องการสร้างความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวที่บอกเล่าต่อกันมา และหลายเรื่องต้องอัพเดตได้แล้ว เพื่อให้คุณสามารถหยุดเวลาและย้อนอายุผิวได้อย่างที่ใจต้องการ 1. เคลนเซอร์ที่มีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้งไม่ได้ผล เพราะคุณล้างมันออกไปหมดในทันที เคลนเซอร์แอนตี้เอจจิ้งบางชนิด โดยเฉพาะชนิดที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก สามารถช่วยทำให้ผิวดูดีขึ้นได้จริง ๆ เพียงแค่การสัมผัสกับมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็อย่ารีบร้อนเกินไปนักในระหว่างการล้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าผิวของคุณดูดซับคุณประโยชน์จากส่วนผสมในเคลนเซอร์ โดยการนวดผิวหน้าเบาๆ สักหนึ่งหรือสองนาทีในขณะล้างหน้าก่อนล้างออก คุณอาจสลับการใช้เคลนเซอร์ตามปกติของคุณกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบผ้าเช็ดผิวสำเร็จรูป ซึ่งหลายชนิดมีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้ง อย่างเช่น กรดเอเอชเอ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ คุณไม่ต้องล้างมันออกจากผิว 2. ผลิตภัณฑ์ขัดลอกผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่นสำหรับใช้ที่บ้านไม่มีอะไรต่างกับสครับทั่วไป นอกจากความจริงที่ว่าทั้งสองอย่างต่างเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับขัดลอกเซลล์ผิวแล้ว ผลิตภัณฑ์ทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย สครับมักมีเม็ดขัดที่หยาบกร้าน ซึ่งอาจรุนแรงเกินไปสำหรับผิวบอบบาง แต่ผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่น จะมีเม็ดขัดที่ละเอียดกว่า และรุนแรงต่อผิวน้อยกว่าด้วย 3. เป็นเรื่องดีที่จะลอกหน้าด้วยกรดไกลโคลิก หรือผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบอรชั่นสัปดาห์ละสองครั้ง แต่การใช้ทุกวันดียิ่งกว่า การใช้ของดี ๆ มากเกินไปก็อาจไม่ดีได้ การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ บ่อยเกินไปทำให้ผิวของคุณรู้สึกเรียบลื่นขึ้นได้ชั่วคราว แต่อาจระคายเคืองได้ในระยะยาว และยิ่งคุณใช้มันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรักษาสุขภาพผิวได้ยากเท่านั้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องการช่วงเว้นว่างเพื่อให้ผิวฟื้นตัว [...]
Read the rest of this entry »Archive for the 'slot online' Category
12 เรื่อง.. ทำได้จะสวยไม่สร่าง
ในชีวิตประจำวันมีหลายเรื่องที่เราทำอยู่ บางเรื่องเราก็มองข้าม หากอยากคงความสวยไว้แบบนี้นานๆ ก็มีอยู่หลายเรื่องนะที่ควรใส่ใจและมองข้ามไม่ได้เชียวแหละ… “อย่าทำ” และ “ต้องระวัง” 1. อย่าทำความสะอาดผิวจนรู้สึกฝืด การทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างแน่นอน แต่การทำความสะอาดผิวพร้อมกับการขัดถูผิวอย่างรุนแรงเกินไป การล้างหน้าวันละหลายครั้ง การใช้เคลนเซอร์ที่ “ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก” อาจทำให้ผิวของคุณแห้งตึงหรือแตกลอกได้ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังบอกว่าการทำความสะอาดผิวมากเกินไปอาจทำให้ผิวที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวได้ง่ายแย่ลงไปอีก เนื่องจากต่อมน้ำมันในผิวถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยกับน้ำมันที่ถูกกำจัดออกไป ผลก็คือผิวที่มันขึ้นและอุดตันรูขุมขนมากขึ้น 2. อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเอเอชเอมากเกินไป เอเอชเออาจทำสิ่งดี ๆ ให้ผิว แต่ก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้ถ้าใช้มากจนเกินไป ผู้หญิงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีกรดเอเอชเอความเข้มข้นสูง ๆ เสี่ยงต่อการเกิดอาการระคายเคืองต่อผิว และยังทำให้ผิวไวต่อการไหม้แดดมากขึ้นด้วย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอต่ำ ๆ อย่างเช่น 2 เปอร์เซ็นต์ จะปลอดภัยมากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอสูงถึง 4 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น ถ้าคุณยังใหม่ต่อการใช้เอเอชเอ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอเพียงชิ้นเดียว และใช้เพียงวันละครั้ง และอย่าลืมใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวทุกครั้งด้วย 3. อย่าขัดผิวมากเกินไป การขัดลอกผิวเพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิว อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผิวของคุณดูสดใสขึ้น แต่การใช้สครับที่มีเม็ดขัดหยาบกร้านหรือการใช้ใยบวบเพื่อขัดหน้า รวมถึงการใช้สครับที่ใช้สำหรับผิวกายกับผิวหน้า มีแต่จะทำให้ผิวของคุณแย่ลง และถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอยู่แล้ว เช่น [...]
Read the rest of this entry »“อั่งเปา” และ “แต๊ะเอีย” แตกต่างกันยังไง
สำหรับ “แต๊ะเอีย“ หรือ “อั่งเปา“ ที่ เรามักพูดถึงกันนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลตรุษจีน เด็กๆ หลายคนรอคอยเทศกาลนี้เพราะจะได้ทานขนมอร่อยๆ และรอรับอั่งเปาหรือแต๊ะเอียจากบรรดาญาติผู้ใหญ่ หลายคนมีความสงสัยว่า “อั่งเปา” และ “แต๊ะเอีย” นั้นแตกต่างกันยังไง ทำไมถึงเรียกไม่เหมือนกัน และจริงๆ ควรเรียกว่าอะไรกันแน่… คำตอบก็คือ จริงๆ แล้วเราสามารถเรียกได้ “อั่งเปา” และ “แต๊ะเอีย” แต่ความแตกต่างของสองคำนี้อยู่ตรงที่ … คำว่า “อั่ง” แปลว่า สีแดง คำว่า “เปา” แปลว่า ซอง ห่อ “อั่งเปา” แปลว่า ซองสีแดง แต่ความหมายของอั่งเปาอยู่ที่ของในซองสีแดง ซึ่งหมายถึง เงิน หรือ ธนบัตร หรือ เช็คแลกเงินที่อยู่ในซองนั้นมากกว่า “อั่งเปา“ คือ ซองสีแดงที่ผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วหรือมีรายได้จะใส่เงินแล้วนำมาให้ผู้น้อย หรืออาจจะแลกเปลี่ยนกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย [...]
Read the rest of this entry »เสริมความงามไทยเจ๋ง ต่างชาตินิยมฉีดสารเติมเต็มให้ผิวเต่งตึง
ความรู้เวชศาสตร์ความงามของไทยติดอันดับหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนนิยมเพราะไม่เป็นอันตราย มีอายุประมาณ 1 ปี รศ.นพ.มนตรี อุดมเพทายกุล ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนัง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าความรู้ด้านเวชสำอางหรือการทำให้เกิดความสวยงามบนผิวกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องสำอาง การใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มาทำให้ผิวกายเราสวยงาม สดใส เปล่งปลั่ง เต็งตึง ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์ การใช้คลื่นวิทยุ ตลอดถึงการใช้ยา ความรู้และการรักษาผู้ป่วยที่มารักษาด้านเวชสำอางของประเทศไทยติดอันดับ 1 ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างชาตินิยมมารักษา อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิยมมารักษาในเมืองไทย “ส่วนใหญ่นิยมมาฉีดฟิลเลอร์ (Filler)สารเติมเต็มในผิวหนัง แพทย์จะฉีดลงไปบริเวณใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มร่อง หลุมหรือโพรงใต้ผิว เข้าไปทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูโรนิกแอสิด (Hyaluronic acid) ในผิวที่เสื่อมสลายไป ทำให้ผิวบริเวณนั้นๆ เต็มและตึงตัวขึ้น ร่อง ริ้ว ตลอดจนรอยย่นต่างให้คลายตัวออก จึงช่วยคืนสภาพผิวอันอ่อนเยาว์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง และฟิลเลอร์จะสลายตัวไปตามธรรมชาติ เป็นสารที่ปลอดภัยคนไข้จะไม่แพ้ มีอายุ 1 ปีในการฉีดเข้าไปบริเวณร่องแก้มหรือจมูก ใต้ตา เมื่อฉีดที่ร่องแก้ม ก็จะทำให้ร่องแก้มเต็มขึ้นทันที คนไข้นิยมวิธีการการฉีดฟิลเลอร์อย่างมากเพราะไม่เจ็บตัว นอกจากฉีดที่ร่องแก้วแล้วยังนิยมใช้ฟิลเลอร์เติมบริเวณจมูก เพื่อให้โด่งขึ้น เนื่องจากบางคนไม่อยากจะใช้การศัลยกรรมด้วยซิลิโคนทันที หากไม่สวยก็ต้องไปเอาซิลิโคนออกอีก เป็นการเจ็บตัวเนื่องจากต้องทำการศัลยกรรมเป็นการผ่าตัด ตกแต่งและนำซิลิโคนเข้าไป แต่การฉีดฟิลเลอร์จะทำให้คนไข้ได้ตัดสินใจว่าควรจะศัลยกรรมจมูกแบบศัลยกรรม [...]
Read the rest of this entry »กฎ 10 ข้อ ควรจำก่อนทะเลาะกัน
1. อย่าโยนความผิด เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นความผิดของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 100% ดังนั้นให้ยอมรับว่าคุณมีส่วนในปัญหานี้ และอธิบายว่าการกระทำของอีกฝ่ายทำให้คุณรู้สึกอย่างไร 2. ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ อย่าอาละวาด หมือนเด็กดื้อรั้น และอย่ายอมกับก้มหัวงก ๆ หรือทำตัวโหดร้าย เพราะจะทำให้สิ่งที่คุณพูดไม่มีน้ำหนัก 3. อย่าเริ่มด้วยการเอาชนะ ถ้าคุณ เป็นคู่รักก็ต้องร่วมกันแก้ปัญหา ไม่ใช่คิดจะเอาชนะ 4. พยายามเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย ลอง เอาใจ เขามาใส่ใจคุณและบอกเขาว่าคุณกำลังพยายามทำความเข้าใจเขา 5. เน้นปัญหาตรงหน้าเท่านั้น อย่า รื้อฟื้นทุกเรื่องที่คุณหงุดหงิดในช่วง สองสามเดือนก่อนมาคุยรวมในครั้งนี้ ให้หาเวลาอื่นพูดถึงปัญหาอื่นจะดีกว่า 6. ฟังอีกฝ่ายพูด อย่าพูดหรือตะโกน ใส่เขาตอนที่เขากำลังพูด การทะเลาะคือการที่สองฝ่ายหาเหตุผลมาแย้งกัน ดังนั้นต้องให้โอกาสอีกฝ่ายพูด จากนั้นให้ทำความเข้าใจและยอมรับสิ่งที่เขาพูดมา 7. รู้ว่าควรยุติเมื่อไหร่ อย่า พร่ำพูดเรื่องนี้นานหลายชั่วโมง ทั้งที่ได้พูดทุกอย่างไปหมดแล้ว เมื่อคุณสงบอารมณ์สักสองวัน ก็อาจพบว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว 8. อย่าตะโกน เพราะสิ่งที่เขาได้ ยินคือเสียงของคุณจนไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่คุณกำลังพูด อีกอย่างเวลาคุณแผดเสียง คุณจะพูดชัดน้อยลง 9. อย่าหาเรื่องทะเลาะ ถ้า [...]
Read the rest of this entry »ทำนายนิสัยจากการดูหนัง
คุณชอบหนังตลกโปกฮา บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบ เรียบง่าย สบาย ๆ ตามใจฉัน อารมณ์ดี ไม่ค่อย จะชอบเรื่องซีเรียสจริงจังเท่าใดนัก และไม่ต้องการคิดอะไรให้มากความออกจะไม่ค่อยจะแคร์ ต่อความผิดหวังในชีวิตในอดีตมากมายนัก โดยมากมักจะชอบแสวงหาความสุขสนุกสนาน เฮฮาบันเทิงใจ มักจะมองโลกในแง่ดี เปิดเผย ด้วยความจริงใจ มีความเป็นมิตรกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะมักจะเป็นที่พึ่ง หรือให้คำปรึกษาที่ดี กับคนรอบข้าง มักจะไม่ค่อยจะมีเล่ห์เหลี่ยมเพทุบายเท่าใดนัก เพียงแต่เป็นคนขี้เล่นเท่านั้น ใจกว้าง ชอบอิสระ มักจะมีอารมณ์ขันในแบบสนุกขบขัน อ่อนหวาน มีเสน่ห์ต่อคนรอบข้าง สังเกตง่าย ๆ ก็จากนักเล่นตลกมักจะมีแฟนสวย แทบทุกคน หรือคุณไม่อยากมีแฟนสวยหรือหล่อกับเขาบ้างล่ะคะ คุณชอบหนังการ์ตูน บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มีความกระตือ รือร้น ช่างคิดช่างฝันจินตนาการ รักศิลปะ อาจจะมีบุคลิกหรือนิสัยเหมือนเซลาร์มูนหรือ ดอกเตอร์อากิโรส ในการ์ตูนไฟนอลแแฟนตาซี (Final Fantasy) ก็ได้ การที่คุณไม่ชอบ อยู่นิ่งเฉย มักจะชอบแสดงความสามารถ ในด้านความคิดและการกระทำอยู่ตลอดเวลา มีความตั้งใจมุ่งมั่นพากเพียรพยายามฟันฝ่า เพื่อให้งานนั้นสำเร็จลงได้ แต่ก็ชอบพูดคุย โอ้อวดถึงความสามารถของตนเองมากกว่า ผลงานที่ได้ทำเสียอีก ในแบบโจ๊กใส่ไข่ หลาย ๆ [...]
Read the rest of this entry »ชาวอินโดนีเซียกินดินเพื่อสุขภาพ
กินจริง ขายจริง มีประโยชน์จริง ดินจากธรรมชาติขนมขบเคี้ยวรสเสิศของคนอินโดเชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ที่กินกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า ในเมืองตูบัน (Tuban) ประเทศอินโดนีเซีย แหล่งผลิตขนมดินที่มีชื่อว่า แอมโป (ampo)ขนมท้องถิ่นชั้นเลิศของคนอินโด ที่ทำจากดินธรรมชาติล้วนๆ ที่ได้จากท้องนาข้าว นางราสิมา หญิงวัย 53 ปี เป็นคนทำขนมดินเพื่อสุขภาพ และส่งขายในตลาดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มกับครอบครัวตกวันละประมาณ 2 ดอลล่าห์ จากการขายขนมดินที่ว่านอกเหนือจากการทำฟาร์มของครอบครัว ซึ่งเธอจะเก็บดินจากท้องนาข้าวในระแวกใกล้ๆบ้าน ที่ต้องสะอาดเนื้อแน่น ไม่มีก้อนกรวดเจือปน มาเป็นวัตถุดิบในการทำขนมดิน สำหรับการทำขนมดิน หรือ “แอมโป” ราสิมากล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทำสืบทอดกันมาของหมู่บ้านรุ่นต่อรุ่น ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่รู้ถึงสูตรที่แท้จริง เธอรู้แค่รุ่นทวดของเธอก็ทำเช่นนี้ จนมาถึงรุ่นของเธอแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำแอมโปคือ คุณภาพของดิน การทำแอมโปนั้น หลังจากเก็บดินมาได้แล้ว ก็จะนำมาดินมาตีจนแข็งเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จากนั้นขูดเนื้อดินให้ม้วนเป็นแท่งด้วยไม้ไผ่บางๆ [คล้ายๆขนมทองม้วนบ้านเรา]แล้วนำดินที่ม้วนเป็นแท่งไปอบรมควันในหม้อดินเผาขนาดใหญ่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีจากนั้นแอมโปขนมดินท้องนาก็พร้อมเสริฟ ส่วนรสชาติ และสรรพคุณของแอมโป จากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่บริโภคต่างให้ความเห็นว่ารสชาติของขนมดินนี้อร่อยคล้ายกับกินครีม ช่วยให้สบายท้อง และหากหญิงมีครรภ์ได้ลิ้มลองขนมดินที่ว่า เด็กในครรภ์จะมีสุขภาพผิวดี ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานจากทางการแพทย์เกี่ยวกับรับประทานดินดังกล่าวจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าหากบริโภคเข้าไปแล้วจะได้ผลดีจริงตามที่คนท้องถิ่นกล่าวอ้างจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงยังคงเป็นความเชื่อของคนท้องถิ่นตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่ถ้าของเค้าดีจริงคงต้องบินไปลิ้มลองที่อินโดนีเซียนะค่ะ
Read the rest of this entry »คนหัวโต ฉลาดจริงหรือ?
คนหัวโต ฉลาดจริงหรือ? น้อง ๆ เคยสงสัยไหมคะว่า “ทำไมพี่คนนั้นหัวเล็กจัง?” มันจะแปลว่าเขามีสมองน้อยหรือเปล่านะ…. “เอ๊ะ แต่พี่คนนี้หัวโตมากกกกกก” (–) แสดงว่าเขาต้องมีสมองเยอะ และฉลาดมากแน่ๆ เลย…ความเชื่อแบบนี้จะถูกหรือเปล่านะ!! วันนี้เรามีคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้บอกกันค่ะ ^^ ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะหัวเล็ก หัวโต ก็ไม่ได้มีผลต่อความฉลาด เพราะสมองของคนเราก็เหมือนกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยิ่งได้ใช้งานมาก ก็ยิ่งมีการเจริญเติบโต คนที่หมั่นใช้สมองและความคิดสร้างสรรค์มากก็ยิ่งมีโอกาสเป็นคนฉลาดได้ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าขนาดของสมอง ก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอต่อการใช้สร้างความเจริญเติบโตให้ กับสมองต่างหาก ส่วนน้อง ๆ คนไหนที่นิยมอาหารจั๊งค์ฟู้ดจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า ฮอทด็อก ก็หันมารับประทานผัก ผลไม้กันบ้างนะคะ…เพื่อสมองของเราจะได้ไบร์ทอยู่ตลอดเวลาค่ะ…^^
Read the rest of this entry »10 อาการ สะดุดรัก ของผู้ชาย
10 อาการ สะดุดรัก ของผู้ชาย การที่ผู้หญิงเกิดมาเป็นเพศที่ช่างพูดนั้นมักจะทำให้รู้ว่าผู้หญิงกำลังคิดอะไรอยู่ ขณะที่ผู้ชายกลับเป็นเพศที่พูดน้อยกว่า การอ่านใจผู้ชายนั้นจึงยากกว่าผู้หญิงเยอะ ถ้าอยากจะรู้ว่า “ชายคนนั้น” กำลังตกหลุมรักคุณอยู่หรือเปล่า ให้สังเกตอาการต่อไปนี้ 1. ถ้าปกติเขามักจะขึ้เกียจโทรศัพท์คุยกับเพื่อนๆ แม้ว่าจะมีโปรโมชั่นมือถือราคาพิเศษก็ตาม แต่ถ้าเขาโทรศัพท์มาพูดคุยกับคุณตลอดวัน ชัดเลยว่าคุณเริ่มเป็นคนพิเศษสำหรับเขาแล้ว 2. หนุ่มบ้างานที่เลิกงานเกือบเที่ยงคืนทุกวัน กลับยอมละมือจากงาน และพร้อมที่จะเอางานกลับไปทำที่บ้านในวันหยุด เพียงเพื่อจะไปกินอาหารเย็นกับคุณ 3. หนุ่มที่ติดเพื่อนอย่างเขา ชอบที่จะไปเฮฮากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ แต่แล้วเขากลับพบว่าตอนนี้เพื่อนฝูงกลายเป็นส่วนเกินเมื่อเขาอยู่กับคุณ 4. เขาทำท่าอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับคุณตลอดเวลา เรียกได้ว่าวันๆ ตั้งตารอที่จะได้พบหน้าคุณ ไม่สนใจอะไรอื่นเลยนอกจากสองเราเท่านั้น เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้แม้ระยะทางก็ไม่เป็นอุปสรรค เขาอุตส่าห์ดั้นด้นโหนรถเมล์จากรังสิตมาสีลม เพียงเพื่อที่จะมาฟังเสียงหวานๆ ของคุณเท่านั้น 5. ผู้ชายที่กำลังอยู่ในความรัก ต่อให้เดินชนกับผู้หญิงสวยเซ็กซี่แค่ไหนก็ไม่เกิดอาการร้อนวูบวาบ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แค่เห็นผู้หญิงสวยเดินผ่านหัวใจก็จะบินตามก้นเธอไปแล้ว 6. เรื่องของบุพเพอาละวาด ที่เพียงสบสายตากับคุณปั๊บ คลื่นแห่งความรักมันวิ่งตรงจากดวงตาไปหาหัวใจที่ีเดียว อาการนี้เรียกว่าสะดุดเข้ากับความรักอย่างจังทีเดียว 7. แม้ว่าคุณจะเป็นหญิงสาวที่แปลก หรือทำอะไรแตกต่างไปจากคนอื่นๆ (หรืออาจต๊องในสายตาคนทั่วไป) แต่สำหรับเขาแล้ว ความบ้าบอกความเป็นเสน่ห์ในตัวคุณที่กระตุ้นให้เขาลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น 8. เขาใส่ใจคุณเป็นพิเศษ แม้หญิงอื่นหมื่นแสนจะเป็นใครมาจากไหน เขาก็ไม่สน แต่สำหรับคุณแล้ว เขาอยากรู้ทุกเรื่องที่เป็นคุณไม่ว่าจะเป็นอะไร [...]
Read the rest of this entry »ในสายตาชาย…ผู้หญิงเซ็กซี่ตรงไหน
รสนิยม ของผู้ชายแต่ละคนนั้นต่างกัน บางคนมองเท้าเรียว ๆ และเล็บมีสีสันว่าเซ็กซี่ บางคนชอบสาวอกบึ้ม ๆ แต่บางคนชอบแม่ครัวหัวป่าก์ ผู้หญิงมักเข้าใจว่า ความเซ็กซี่ของพวกเธอก็คือ การมีหน้าอกหน้าใจบึ้ม ๆ สะโพกดินระเบิด ใบหน้าต้องแต่งแต้มจึงจะมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ชายเต่ละคนมีรสนิยมต่างกันคือ … ผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และเซ็กซี่ในสายตาของผู้ชายบางคน เพราะผู้ชายประเภทนี้ชอบความเป็นธรรมชาติของผู้หญิง ไม่ได้ดัดจริตเสแสร้ง มีสไตล์ของตัวเอง ชายหนุ่มกลุ่มนี้ไม่ได้มองแค่รูปลักษณ์ภายนอกอย่างเดียวเท่านั้นจ้ะ ใครอย่าคิดว่าเท้ามันต่ำ ไม่ต้องไปสนใจมัน คิดผิดแล้วล่ะ เพราะผู้ชายบางคนสนใจมองเท้าผู้หญิงแล้วเปรียบเทียบกับเท้าตัวเอง ว่าช่างดูเทอะทะ หยาบกระด้าง แต่เท้าของผู้หญิงดูบอบบาง เกลี้ยงเกลา โดยเฉพาะเล็บเท้าที่ทาสีเล็บสะดุดตาและสวมรองเท้าส้นแหลม อืม ดูเซ็กซี่จังในสายตาของหนุ่มบางคนนะนั่น แม่ครัวหัวป่าก์ ผู้ชายบางคนเห็นผู้หญิงเซ็กซี่เมื่อเธอสามารถทำอาหารได้อร่อย ท่าทางที่เธอกำลังอยู่หน้าเตาผัดอาหาร เหยาะน้ำปลา เหยาะโน่นนี่ ดูคล่องแตล่ว มาดแม่ครัวหัวป่าก์ขนานแท้ มันสามารถทำให้ชายหนุ่มยอมสยบให้ก็ละกัน โดยเฉพาะเมื่อได้รับประทานอาหารร่วมกันจากฝีมือของเธอเอง ตามองตา หนุ่มบางคนเมื่อเห็นสาวถูกใจ ก็จะมองเข้าไปที่ดวงตาเหมือนบอกนัยให้รู้ว่า ผมสนใจคุณนะ แล้วก็สังเกตุปฏิกิริยาของสาวเจ้าว่าจะตอบรับหรือไม่ เพราะผู้หญิงแต่ละคนย่อมมีความเซ็กซี่ของตัวเองซึ่งอาจต่างกันก็ได้ หากเธอสบตาด้วย ว้าว ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของหนุ่ม ๆ [...]
Read the rest of this entry »