<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>lasikeyesurgery101.com</title>
	<atom:link href="http://lasikeyesurgery101.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lasikeyesurgery101.com</link>
	<description>สาระทั่วไป</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Feb 2012 13:16:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>พิสูจน์แล้ว!! สภาพผมส่งผลต่อสุขภาพจิต</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 13:15:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[สังเกตตัวเองกันบ้างไหมคะ ว่าวันไหนที่สาว ๆ รู้สึกว่าตัวเองผมไม่สวยเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเพราะผมลีบ ผมมัน ผมฟูเพราะอากาศชื้น ฯลฯ จะทำให้คุณอารมณ์บูดไปได้ทั้งวัน ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากไปพบปะเจอผู้คนเยอะ ๆ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่มีอาการดังกล่าว เพราะดูท่าทางคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในอารมณ์เช่นนี้ในวันที่ผมไม่สวยอย่างใจเช่นเดียวกัน โดยความรู้สึกหงุดหงิดสุขภาพจิตเสียที่มีสาเหตุมาจากสุขภาพผมไม่ดีนั้น ได้รับการพิสูจน์โดยนักจิตวิทยาแล้ว ว่ามีความเชื่อมโยงส่งผลถึงกันจริง ศาสตราจารย์วิเวียน ดีลเลอร์ นักจิตวิตยา และผู้เขียนหนังสือ &#8221;Face It&#8221; ซึ่งว่าด้วยเรื่องความงามและรูปลักษณ์ภายนอกส่งผลถึงสุขภาพจิตอย่างไร โดยศาสตราจารย์ดีลเลอร์กล่าวว่า &#8220;เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ความจริงแล้วคนเรานั้นให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตามากขนาดไหน เรารู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกล้วนส่งผลต่อความมั่นใจส่วนตัว การเข้าสังคม และการใช้ชีวิต&#8221; และต่อให้สิ่งที่คนส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่า &#8220;ความดีต้องออกมาจากข้างใน&#8221; แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีรูปลักษณ์ที่ดูดี ทั้งหน้าตา ทั้งผมเผ้าที่ดูดี ทำให้เรามีความรู้สึกเชิงบวกกับตัวเอง แม้จะฟังดูตื้น ๆ แต่ก็เป็นความจริงอย่างยิ่งเลยทีเดียว วันที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เรียบร้อย นอกจากคุณจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ยังรู้สึกหวาดระแวง กังวลว่าคนรอบข้างจะมองคุณอย่างไร เมื่อไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ไม่น่ามอง พาลทำให้คิดถึงหรือมองเรื่องอื่น ๆ ในด้านลบ หรือมองด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ไปด้วยนั่นเอง หากรู้ว่าการดูแลผมให้ดูสุขภาพดี จะส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เช่นนี้ สาว ๆ ก็อย่ารอช้าที่จะหมั่นบำรุงดูแลเส้นผมให้สวยเงางาม และชุ่มชื้นเป็นประจำ รวมทั้งดูแลภาพรวมของทั้งเรือนร่างให้ดูดีอยู่เสมอด้วยนะคะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.kapook.com/image/women_3/01_258.jpg" alt="" /></p>
<p>สังเกตตัวเองกันบ้างไหมคะ ว่าวันไหนที่สาว ๆ รู้สึกว่าตัวเองผมไม่สวยเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเพราะผมลีบ ผมมัน ผมฟูเพราะอากาศชื้น ฯลฯ จะทำให้คุณอารมณ์บูดไปได้ทั้งวัน ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากไปพบปะเจอผู้คนเยอะ ๆ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่มีอาการดังกล่าว เพราะดูท่าทางคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในอารมณ์เช่นนี้ในวันที่ผมไม่สวยอย่างใจเช่นเดียวกัน โดยความรู้สึกหงุดหงิดสุขภาพจิตเสียที่มีสาเหตุมาจากสุขภาพผมไม่ดีนั้น ได้รับการพิสูจน์โดยนักจิตวิทยาแล้ว ว่ามีความเชื่อมโยงส่งผลถึงกันจริง</p>
<p>ศาสตราจารย์วิเวียน ดีลเลอร์ นักจิตวิตยา และผู้เขียนหนังสือ &#8221;Face It&#8221; ซึ่งว่าด้วยเรื่องความงามและรูปลักษณ์ภายนอกส่งผลถึงสุขภาพจิตอย่างไร โดยศาสตราจารย์ดีลเลอร์กล่าวว่า &#8220;เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ความจริงแล้วคนเรานั้นให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตามากขนาดไหน เรารู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกล้วนส่งผลต่อความมั่นใจส่วนตัว การเข้าสังคม และการใช้ชีวิต&#8221; และต่อให้สิ่งที่คนส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่า &#8220;ความดีต้องออกมาจากข้างใน&#8221; แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีรูปลักษณ์ที่ดูดี ทั้งหน้าตา ทั้งผมเผ้าที่ดูดี ทำให้เรามีความรู้สึกเชิงบวกกับตัวเอง</p>
<p>แม้จะฟังดูตื้น ๆ แต่ก็เป็นความจริงอย่างยิ่งเลยทีเดียว วันที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เรียบร้อย นอกจากคุณจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ยังรู้สึกหวาดระแวง กังวลว่าคนรอบข้างจะมองคุณอย่างไร เมื่อไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ไม่น่ามอง พาลทำให้คิดถึงหรือมองเรื่องอื่น ๆ ในด้านลบ หรือมองด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ไปด้วยนั่นเอง</p>
<p>หากรู้ว่าการดูแลผมให้ดูสุขภาพดี จะส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เช่นนี้ สาว ๆ ก็อย่ารอช้าที่จะหมั่นบำรุงดูแลเส้นผมให้สวยเงางาม และชุ่มชื้นเป็นประจำ รวมทั้งดูแลภาพรวมของทั้งเรือนร่างให้ดูดีอยู่เสมอด้วยนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องผิว..อะไรควรเชื่อใหม่ได้แล้ว</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 07:00:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[  ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ความจริงในครั้งหนึ่งอาจกลายเป็นความเข้าใจผิดไปได้อย่างง่ายดายในวันถัดมา และที่ยิ่งทำให้สับสนยิ่งขึ้นก็คือ คำแนะนำที่ผู้หญิงได้รับการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาจากแหล่งต่าง ๆ และต่อไปนี้คือความเชื่อในเรื่องการสร้างความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวที่บอกเล่าต่อกันมา และหลายเรื่องต้องอัพเดตได้แล้ว เพื่อให้คุณสามารถหยุดเวลาและย้อนอายุผิวได้อย่างที่ใจต้องการ        1. เคลนเซอร์ที่มีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้งไม่ได้ผล เพราะคุณล้างมันออกไปหมดในทันที            เคลนเซอร์แอนตี้เอจจิ้งบางชนิด โดยเฉพาะชนิดที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก สามารถช่วยทำให้ผิวดูดีขึ้นได้จริง ๆ เพียงแค่การสัมผัสกับมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็อย่ารีบร้อนเกินไปนักในระหว่างการล้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าผิวของคุณดูดซับคุณประโยชน์จากส่วนผสมในเคลนเซอร์ โดยการนวดผิวหน้าเบาๆ สักหนึ่งหรือสองนาทีในขณะล้างหน้าก่อนล้างออก คุณอาจสลับการใช้เคลนเซอร์ตามปกติของคุณกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบผ้าเช็ดผิวสำเร็จรูป ซึ่งหลายชนิดมีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้ง อย่างเช่น กรดเอเอชเอ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ คุณไม่ต้องล้างมันออกจากผิว       2. ผลิตภัณฑ์ขัดลอกผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่นสำหรับใช้ที่บ้านไม่มีอะไรต่างกับสครับทั่วไป นอกจากความจริงที่ว่าทั้งสองอย่างต่างเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับขัดลอกเซลล์ผิวแล้ว ผลิตภัณฑ์ทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย สครับมักมีเม็ดขัดที่หยาบกร้าน ซึ่งอาจรุนแรงเกินไปสำหรับผิวบอบบาง แต่ผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่น จะมีเม็ดขัดที่ละเอียดกว่า และรุนแรงต่อผิวน้อยกว่าด้วย       3. เป็นเรื่องดีที่จะลอกหน้าด้วยกรดไกลโคลิก หรือผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบอรชั่นสัปดาห์ละสองครั้ง แต่การใช้ทุกวันดียิ่งกว่า การใช้ของดี ๆ มากเกินไปก็อาจไม่ดีได้ การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ บ่อยเกินไปทำให้ผิวของคุณรู้สึกเรียบลื่นขึ้นได้ชั่วคราว แต่อาจระคายเคืองได้ในระยะยาว และยิ่งคุณใช้มันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรักษาสุขภาพผิวได้ยากเท่านั้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องการช่วงเว้นว่างเพื่อให้ผิวฟื้นตัว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;"><img src="http://images.thaiza.com/27/27_20120120113647..jpg" alt="" width="412" height="232" /></div>
<p style="text-align: justify;">
<p><span style="color: #993366;">  ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ความจริงในครั้งหนึ่งอาจกลายเป็นความเข้าใจผิดไปได้อย่างง่ายดายในวันถัดมา และที่ยิ่งทำให้สับสนยิ่งขึ้นก็คือ คำแนะนำที่ผู้หญิงได้รับการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาจากแหล่งต่าง ๆ และต่อไปนี้คือความเชื่อในเรื่องการสร้างความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวที่บอกเล่าต่อกันมา และหลายเรื่องต้องอัพเดตได้แล้ว เพื่อให้คุณสามารถหยุดเวลาและย้อนอายุผิวได้อย่างที่ใจต้องการ<br />
</span><span style="color: #800080;"><br />
</span><strong><span style="color: #008080;">      <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 1. เคลนเซอร์ที่มีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้งไม่ได้ผล เพราะคุณล้างมันออกไปหมดในทันที</p>
<p></span></strong>           เคลนเซอร์แอนตี้เอจจิ้งบางชนิด โดยเฉพาะชนิดที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก สามารถช่วยทำให้ผิวดูดีขึ้นได้จริง ๆ เพียงแค่การสัมผัสกับมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็อย่ารีบร้อนเกินไปนักในระหว่างการล้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าผิวของคุณดูดซับคุณประโยชน์จากส่วนผสมในเคลนเซอร์ โดยการนวดผิวหน้าเบาๆ สักหนึ่งหรือสองนาทีในขณะล้างหน้าก่อนล้างออก คุณอาจสลับการใช้เคลนเซอร์ตามปกติของคุณกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบผ้าเช็ดผิวสำเร็จรูป ซึ่งหลายชนิดมีส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้ง อย่างเช่น กรดเอเอชเอ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ คุณไม่ต้องล้างมันออกจากผิว</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 2. ผลิตภัณฑ์ขัดลอกผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่นสำหรับใช้ที่บ้านไม่มีอะไรต่างกับสครับทั่วไป<br />
</span></strong><br />
นอกจากความจริงที่ว่าทั้งสองอย่างต่างเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับขัดลอกเซลล์ผิวแล้ว ผลิตภัณฑ์ทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย สครับมักมีเม็ดขัดที่หยาบกร้าน ซึ่งอาจรุนแรงเกินไปสำหรับผิวบอบบาง แต่ผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบรชั่น จะมีเม็ดขัดที่ละเอียดกว่า และรุนแรงต่อผิวน้อยกว่าด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 3. เป็นเรื่องดีที่จะลอกหน้าด้วยกรดไกลโคลิก หรือผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบไมโครเดอร์มาเบอรชั่นสัปดาห์ละสองครั้ง แต่การใช้ทุกวันดียิ่งกว่า<br />
</span></strong><br />
การใช้ของดี ๆ มากเกินไปก็อาจไม่ดีได้ การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ บ่อยเกินไปทำให้ผิวของคุณรู้สึกเรียบลื่นขึ้นได้ชั่วคราว แต่อาจระคายเคืองได้ในระยะยาว และยิ่งคุณใช้มันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรักษาสุขภาพผิวได้ยากเท่านั้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องการช่วงเว้นว่างเพื่อให้ผิวฟื้นตัว ไม่อย่างนั้นผิวก็จะเสียปราการป้องกันผิวตามธรรมชาติไปและอ่อนแอลง</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 4. ครีมราคาแพงกว่าย่อมดีกว่า</p>
<p></span></strong>          จริง- -ในเรื่องของกระเป๋าถือผ้าปูที่นอน และทีวีจอแบน แต่สำหรับผลิตภัณฑ์แอนตี้เอจจิ้ง ของที่ราคาไม่แพงก็สามารถทำงานได้ดีเช่นกัน และบางอย่าง ก็อาจจะดีกว่าด้วย ผลิตภัณฑ์ราคาแพงอาจมีแพ็กเกจที่สวยงามและการตลาดที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่จำเป็นต้องมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มากกว่า ฉะนั้น คำแนะนำก็คือเลือกผลิตภัณฑ์ที่คุณรู้สึกดีที่ไม่จำเป็นต้องราคาแพงก็ได้</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 5. ถ้าครีมไม่แสดงให้เห็นผลภายในสองสามสัปดาห์ ก็เลิกใช้ได้แล้ว<br />
</span></strong><br />
ปกติครีมแอนตี้เอจจิ้งต้องใช้เวลาในแสดงให้เห็นถึงผลของมัน หลังจากสองสามสัปดาห์คุณน่าจะสังเกตเห็นว่าผิวเรียบเนียนและเอิบอิ่มขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงที่มากกว่านั้นต้องใช้ความอดทนสักหน่อย นั่นก็คืออาจต้องใช้เวลาถึงสามเดือนกว่าที่ริ้วรอยจะจางลงสำหรับการเปลี่ยนแปลงอื่น เช่น ทำให้สีผิวเรียบเนียน และลดจุดด่างดำ หรือการลดริ้วรอยย่นลึก ๆ อาจต้องใช้เวลาถึงหกเดือนกว่าจะเห็นผล ไม่ว่าครีมที่คุณใช้จะมีส่วนผสมเข้มข้นแค่ไหน ก็ตาม ครีมบางอย่างอาจให้ผลที่เห็นได้ทันที แต่นั่นก็ด้วยการเพิ่มส่วนผสมที่ทำให้เกิดผลชั่วคราวเข้าไป เช่น ส่วนผสมที่ช่วยสะท้อนแสง หรือทำให้ผิวตึงขึ้น</p>
<p><span style="color: #008080;"><strong>     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 6. ยิ่งใช้ผลิตภัณฑ์แอนตี้เอจจิ้งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น<br />
</strong><br />
</span>          การละเลงผลิตภัณฑ์แอนตี้เอจจิ้งหลายๆ อย่างซ้อนทับกันไปมา อาจทำให้คุณรู้สึกว่าได้ทำดีต่อผิวอย่างมาก แต่มันไม่จำเป็นต้องคุ้มค่าความพยายามหรือเงินของคุณก็ได้ยิ่งคุณใช้ครีมมากเท่าไหร่ ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง และจะไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ไหนกันแน่ที่ทำให้คุณแพ้ขึ้นมา นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ผลิตภัณฑ์ทำงานได้ไม่ดีพอด้วย เลือกเดินทางสายกลางด้วยการเน้นที่ผลิตภัณฑ์แค่สองหรือสามอย่างที่มีส่วนผสมที่ผิวคุณต้องการมากที่สุดก็พอ</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 7. ครีมที่ขายตามเคาน์เตอร์ไม่อาจสร้างคอลลาเจนในผิวได้</p>
<p></span></strong>         ที่จริงแล้วเรตินอลที่มีขายตามเคาน์เตอร์ (รวมทั้งเรตินอยด์ที่ต้องให้แพทย์สั่ง) สามารถเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในผิวได้ด้วยการทำให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ที่ระดับที่ลึกลงไปในชั้นผิว และตอนนี้มีส่วนผสมอื่น ๆ หลายอย่างที่ในเครื่องสำอางก็สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เช่นกัน ข้อด้อยอย่างเดียวของผลิตภัณฑ์ที่มีขายตามเคาน์เตอร์ก็คือมันต้องใช้เวลานานกว่าในการร้างคอลลาเจน</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">      <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 8. ครีมแอoตี้เอจจิ้งทำงานได้ดีกว่าในตอนกลางคืน<br />
</span></strong><br />
ครีมแอนตี้เอจจิ้งบางชนิดทำงานได้ดีกว่าเมื่อตะวันลับขอบฟ้า แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ครีมแอนตี้เอจจิ้งใดก็ตามที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ เปปไทด์ เอเอชเอ บีเอชเอ ครใช้ตอนกลางคืนในขณะที่คุณนอนหลับ เพราะผิวจะมีเลือดไหลมาหล่อเลี้ยงเพิ่มขึ้น ระดับกรด-ด่าง (PH) ของผิวลดลง และปราการป้องกันผิวก็จะอ่อนแอลง มันทำให้ส่วนผสมเหล่านี้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้งอย่างอื่น อย่างเช่น แอนตี้ออกซิแดนต์และสารกันแดด สามารถทำงานได้ดีในยามกลางวัน</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 9. อาการคัน รอยแดง หรือผิวลอก เป็นผลข้างเคียงปกติของผลิตภัณฑ์แอนตี้เอจจิ้ง</p>
<p></span></strong>          ไม่เสมอไป ครีมรุ่นเก่า ๆ ที่มีส่วนผสมของเอเอชเอ บีเอชเอ หรือเรตินอล อาจทำให้เกิดรอยแดง อาการคัน หรือผิวลอกได้ เมื่อเริ่มใช้แรก ๆ แม้แต่วิตามินซีก็อาจระคายเคืองได้เช่นกัน เราเคยคิดว่าเอาการระคายเคืองหมายความว่าผลิตภัณฑ์กำลังทำงานของมัน แต่ตอนี้เรารู้ว่ามันก็เป็นเพียงผลข้างเคียงที่ไม่ดีเท่านั้น ที่จริงผลิตภัณฑ์แอนตี้เอจจิ้งทำงานได้ดีกว่าบนผิวที่สุขภาพดีและไม่มีอาการระคายเคือง และผลิตภัณฑ์แอนตี้เอจจิ้งหลายอย่างก็ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้เลยด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20110609160715..gif" alt="" width="31" height="31" /> 10. ครีมกันแดดที่มี SPF15 สามารถป้องกันรอยย่นได้</p>
<p></span></strong>           สารกันแดดที่มีค่า SPF15 ไม่มากพอที่จะทำให้คุณปราศจากริ้วรอย ไม่ว่าคุณจะทามันมากแค่ไหนก็ตาม SPF15 ให้การปกป้องรังสียูวีบีแก่คุณแค่ 93.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ SPF30 ปกป้องคุณได้ 97 เปอร์เซ็นต์ และ SPF45 ปกป้องคุณได้ 98 เปอร์เซ็นต์ เพื่อปกป้องตัวเองจากรังสียูวีที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวเสื่อมสลาย และเกิดจุดด่างดำบนผิว ลองมองส่วนผสมที่มีความคงที่สูงเพื่อปกป้องที่ดีกว่า อย่างเช่น Avobenzone, Mexoryl, Titanium Dioxide หรือ Zinc Oxide</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>12 เรื่อง.. ทำได้จะสวยไม่สร่าง</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/12-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/12-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 06:58:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[ในชีวิตประจำวันมีหลายเรื่องที่เราทำอยู่ บางเรื่องเราก็มองข้าม หากอยากคงความสวยไว้แบบนี้นานๆ ก็มีอยู่หลายเรื่องนะที่ควรใส่ใจและมองข้ามไม่ได้เชียวแหละ&#8230;       &#8220;อย่าทำ&#8221; และ &#8220;ต้องระวัง&#8221;       1. อย่าทำความสะอาดผิวจนรู้สึกฝืด การทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างแน่นอน แต่การทำความสะอาดผิวพร้อมกับการขัดถูผิวอย่างรุนแรงเกินไป การล้างหน้าวันละหลายครั้ง การใช้เคลนเซอร์ที่ &#8220;ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก&#8221; อาจทำให้ผิวของคุณแห้งตึงหรือแตกลอกได้ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังบอกว่าการทำความสะอาดผิวมากเกินไปอาจทำให้ผิวที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวได้ง่ายแย่ลงไปอีก เนื่องจากต่อมน้ำมันในผิวถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยกับน้ำมันที่ถูกกำจัดออกไป ผลก็คือผิวที่มันขึ้นและอุดตันรูขุมขนมากขึ้น     2. อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเอเอชเอมากเกินไป เอเอชเออาจทำสิ่งดี ๆ ให้ผิว แต่ก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้ถ้าใช้มากจนเกินไป ผู้หญิงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีกรดเอเอชเอความเข้มข้นสูง ๆ เสี่ยงต่อการเกิดอาการระคายเคืองต่อผิว และยังทำให้ผิวไวต่อการไหม้แดดมากขึ้นด้วย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอต่ำ ๆ อย่างเช่น 2 เปอร์เซ็นต์ จะปลอดภัยมากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอสูงถึง 4 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น ถ้าคุณยังใหม่ต่อการใช้เอเอชเอ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอเพียงชิ้นเดียว และใช้เพียงวันละครั้ง และอย่าลืมใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวทุกครั้งด้วย       3. อย่าขัดผิวมากเกินไป การขัดลอกผิวเพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิว อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผิวของคุณดูสดใสขึ้น แต่การใช้สครับที่มีเม็ดขัดหยาบกร้านหรือการใช้ใยบวบเพื่อขัดหน้า รวมถึงการใช้สครับที่ใช้สำหรับผิวกายกับผิวหน้า มีแต่จะทำให้ผิวของคุณแย่ลง และถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอยู่แล้ว เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;"><img src="http://images.thaiza.com/27/27_20120120160641..jpg" alt="" width="412" height="232" /></div>
<p style="text-align: justify;">
<p><strong><span style="color: #800000;">ในชีวิตประจำวันมีหลายเรื่องที่เราทำอยู่ บางเรื่องเราก็มองข้าม หากอยากคงความสวยไว้แบบนี้นานๆ ก็มีอยู่หลายเรื่องนะที่ควรใส่ใจและมองข้ามไม่ได้เชียวแหละ&#8230;<br />
</span></strong><br />
<strong><span>      &#8220;อย่าทำ&#8221; และ &#8220;ต้องระวัง&#8221;<br />
</span></strong><br />
<span style="color: #0000ff;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20101001160824..gif" alt="" width="10" height="10" /> 1. อย่าทำความสะอาดผิวจนรู้สึกฝืด</span> การทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างแน่นอน แต่การทำความสะอาดผิวพร้อมกับการขัดถูผิวอย่างรุนแรงเกินไป การล้างหน้าวันละหลายครั้ง การใช้เคลนเซอร์ที่ &#8220;ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก&#8221; อาจทำให้ผิวของคุณแห้งตึงหรือแตกลอกได้ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังบอกว่าการทำความสะอาดผิวมากเกินไปอาจทำให้ผิวที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวได้ง่ายแย่ลงไปอีก เนื่องจากต่อมน้ำมันในผิวถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยกับน้ำมันที่ถูกกำจัดออกไป ผลก็คือผิวที่มันขึ้นและอุดตันรูขุมขนมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #0000ff;">   <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20101001160824..gif" alt="" width="10" height="10" /> 2. อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเอเอชเอมากเกินไป</span> เอเอชเออาจทำสิ่งดี ๆ ให้ผิว แต่ก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้ถ้าใช้มากจนเกินไป ผู้หญิงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีกรดเอเอชเอความเข้มข้นสูง ๆ เสี่ยงต่อการเกิดอาการระคายเคืองต่อผิว และยังทำให้ผิวไวต่อการไหม้แดดมากขึ้นด้วย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอต่ำ ๆ อย่างเช่น 2 เปอร์เซ็นต์ จะปลอดภัยมากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอสูงถึง 4 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น ถ้าคุณยังใหม่ต่อการใช้เอเอชเอ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอเอชเอเพียงชิ้นเดียว และใช้เพียงวันละครั้ง และอย่าลืมใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวทุกครั้งด้วย</p>
<p><span style="color: #0000ff;">     <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20101001160824..gif" alt="" width="10" height="10" /> 3. อย่าขัดผิวมากเกินไป</span> การขัดลอกผิวเพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิว อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผิวของคุณดูสดใสขึ้น แต่การใช้สครับที่มีเม็ดขัดหยาบกร้านหรือการใช้ใยบวบเพื่อขัดหน้า รวมถึงการใช้สครับที่ใช้สำหรับผิวกายกับผิวหน้า มีแต่จะทำให้ผิวของคุณแย่ลง และถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอยู่แล้ว เช่น เรติโนอิดส์หรือเอเอชเอ ก็ยิ่งจะต้องระวังมากขึ้นไปอีก เพราะมันอาจขัดลอกผิวที่มากจนเกินไปและทำให้ผิวระคายเคืองได้ สครับแบบมีเม็ดขัดควรใช้เพียงหนึ่ง หรือสองครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น และไม่ควรใช้อย่างยิ่ง ถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเอเอชเออยู่แล้ว</p>
<p><span style="color: #0000ff;">      <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20101001160824..gif" alt="" width="10" height="10" /> 4. อย่าพึ่งพาเพียงแค่สารกันแดดในเครื่องสำอาง</span> เดี๋ยวนี้เครื่องสำอางหลายชนิดต่างผสมสารกันแดดลงไปด้วย จนทำให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้เครื่องสำอางแบบนี้ งดการใช้ครีมกันแดดไปโดยปริยาย แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถไว้ใจในประสิทธิภาพของรองพื้นที่มีสารกันแดดเพื่อปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดได้ราวสองชั่วโมง จากนั้น ประสิทธิภาพของมันก็จะเริ่มลดลงแล้ว โดยจากการศึกษาของ American Acedemy of Dermatology พบว่าหลังจากสองชั่วโมง อณูของออกไซด์ที่ใช้ป้องกันแสงแดดซึ่งจับอยู่กับเม็ดสีของรองพื้นจะซึมเข้าไปในริ้วรอยเล็ก ๆ และรูขุมขน และทำให้การปกป้องแสงแดดหายไปด้วย ผู้หญิงจึงควรทามอยสเจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด ภายใต้เมกอัพอีกชั้นหนึ่ง เพื่อเพิ่มการปกป้องให้มากขึ้น</p>
<p><strong><span>      3 วิธีผ่อนคลายสลายพิษ<br />
</span></strong><br />
ความเครียดและสารพิษเป็นศัตรูสำคัญของความงาม เพราะฉะนั้น อย่าแค่ดูแลผิวจากภายนอก แต่ต้องใส่ใจในการผ่อนคลายความเครียด และการขจัดสารพิษที่จะทำให้ร่างกายของคุณร่วงโรยเร็วกว่าปกติด้วยนะ</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/195/195_201011051100032..gif" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="color: #0000ff;">1. เพิ่มพลังวังชา</span></strong> การดีท็อกซ์แบบง่าย ๆ ต่อไปนี้ จะช่วยปลุกระบบร่างกายของคุณให้ตื่นตัวขึ้น</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">     ขัดผิว</span></strong> การนวดร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสครับอุ่น ๆ เป็นขั้นตอนที่เพิ่มความตื่นตัวและดีต่อสุขภาพ เลือกสครับแบบเกลือ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการช่วยดูดซับของเสียและสารพิษจากผิวได้ด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">      ชโลมน้ำมัน</span></strong> น้ำมันมีความเข้มข้นกว่าครีมทาตัวหรือบาล์ม และใช้เพื่อเพิ่มระดับพลังงานได้เร็วกว่า ลองหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปเล็กน้อย อย่างเช่น สะระแหน่ ตะไคร้ หรือจูนิเปอร์ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยในการกระตุ้นเลือดลม และทำให้อารมณ์คุณดีขึ้นด้วย</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/195/195_201011051100032..gif" alt="" width="15" height="15" />  <strong><span style="color: #0000ff;">2. ดีท็อกซ์ความเครียด</span></strong> ลองใช้การบำรุงบำเรอตัวเองต่อไปนี้เพื่อขจัดความเครียดให้หมดไป</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">  แช่น้ำละลายความเครียด</span></strong> การแช่น้ำอุ่นในอ่างให้ความรู้สึกสบาย และการหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในน้ำอาบเล็กน้อย ช่วยทั้งบำรุงผิว และให้กลิ่นที่ช่วยคลายเครียดได้ด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">    นวดทั่วเรือนร่าง</span></strong> การนวดเบา ๆ ที่แขน ขา และหน้าด้วยมือ ของคุณหรือด้วยแปรงนุ่มๆ ช่วยคลายความเครียดได้อย่างมหาศาลใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของกุหลาบ ลาเวนเดอร์ หรือแซนดัลวูด ที่จะเพิ่มสรรพคุณในการลดความเครียด นวดให้ทั่วร่างกาย ตั้งแต่เท้าจนถึงใบหน้า และอย่าลืมหนังศีรษะด้วย หายใจเข้าลึก ๆ และนวดในทิศทางที่เข้าหาหัวใจ ส่วนหน้าท้องให้นวดตามเข็มนาฬิกา</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/195/195_201011051100032..gif" alt="" width="15" height="15" /><strong><span style="color: #0000ff;"> 3. ละระดับสารพิษ</span></strong> คุณมีอาการบวมน้ำ ปวดหัว เหนื่อยอ่อน และผิวหมองคล้ำหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ แสดงว่าคุณมีระดับสารพิษในร่างกายมากเกินไป ลองใช้วิธีการต่อไปนี้ที่ช่วยทำความสะอาดและขจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย เพื่อให้คุณรู้สึกสดชื่น และดูสดใสขึ้นด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">ผุดผ่องทั่วร่าง</span></strong> ใช้สครับแบบเกลือหรือน้ำตาลทรายผสมกับ น้ำมันหอมระเหย นวดให้ทั่วเรือนร่าง หรือใช้น้ำมันถั่วเหลืองผสมกับ น้ำส้มคั้นหนึ่งซีก เกลือทะเล แล้วลงไปแช่ตัวในอ่างน้ำร้อน ผิวคุณจะผุดผ่องขึ้นหลังจากได้ขับเอาเหงื่อและของเสียออกมา</p>
<p><strong><span style="color: #008080;">มาส์ก</span></strong> ทำความสะอาดรูขุมขนแบบล้ำลึกและกำจัดสิ่งสกปรกจากสิ่งรอบตัวด้วยการใช้มาส์กแบบเข้มข้น เลือกชนิดที่เหมาะกับผิวของคุณ มาส์กแบบโคลนยังอาจช่วยดูดชับของเสียออกจากผิวได้ด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">              Extra Tip :</span></strong> เพิ่มระดับการเผาผลาญพลังงาน หาเวลาหนึ่งวันที่คุณจะดื่มแต่ของเหลว จะเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก็ได้ และควรเพิ่มเครื่องดื่มสำหรับดีท็อกซ์เข้าไปเป็นระยะ สูตรเครื่องดื่มสำหรับดีท็อกซ์แบบง่าย ๆ ก็คือ น้ำมะนาวหนึ่งผล น้ำเชื่อมเมเปิลหนึ่งช้อนชา ผสมกับน้ำร้อน และใส่พริกป่นฝรั่งลงไปหนึ่งช้อนชา มันจะช่วยเพิ่มระดับการเผาผลาญพลังงาน และทำความสะอาดระบบร่างกายของคุณ</p>
<p><strong><span>       กฎการดูแลผิว 5 ข้อที่ต้องใส่ใจจำ</p>
<p></span></strong>      <img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212202211..gif" alt="" width="19" height="19" /> <strong><span style="color: #0000ff;">1. ปรับเปลี่ยนไปกับฤดูกาล</span></strong> ถ้าคุณคิดว่าผลิตภัณฑ์อย่างเดียวจะได้ผลสำหรับคุณตลอดทั้งปี ก็ลองคิดดูใหม่ได้แล้วคุณต้องทำความเข้าใจผิวของตัวเอง และดูว่ามันเปลี่ยนแปลงไป อย่างไร และปรับกิจวัตรประจำวันของคุณในเวลาที่จำเป็น ตัวอย่างเช่นในหน้าหนาวที่อากาศแห้งกว่าปกติ คุณก็ควรเพิ่มความชุ่มชื้นให้มันสักหน่อย และอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่เบาบางลงในหน้าร้อนที่มีความขึ้นในอากาศค่อนข้างสูง</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">       <img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212202211..gif" alt="" width="19" height="19" /> 2. ลงทุนกับการดูแลผิวพรรณ</span></strong> สกินแคร์เป็นเหมือนน้ำมันที่ทำให้เครื่องยนต์เดินเครื่องได้ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่าง ๆ ก็ดีวันดีคืนขึ้นด้วย เราเคยต้องใช้เวลากว่า 12 สัปดาห์กว่าจะเห็นผลในการใช้ผลิตภัณฑ์ แต่ตอนนี้เราจะเห็นผลแบบเดียวกันในเวลา 4-8 สัปดาห์ เท่านั้น แต่เพื่อให้เห็นผลที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณต้องทำตามกิจวัตรการดูแลผิวของคุณอย่างเคร่งครัด และต่อเนื่อง ก็เหมือนกับการออกกำลังนั่นแหละ การออกกำลังเพียง แค่หนึ่งหรือสองครั้งไม่อาจทำให้คุณแข็งแรงได้ฉันใด การดูแลผิวก็เช่นกัน มันต้องให้เวลาและการทุ่มเทอย่างสม่ำเสมอกับมัน</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">       <img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212202211..gif" alt="" width="19" height="19" /> 3. กินให้ดี</span></strong> ถ้าคุณใช้เงินมากมายไปกับครีมบำรุงผิว แต่ไม่ใส่ใจในสิ่งที่คุณกินเข้าไป คุณก็อาจต่อสู้กับสงครามที่มีแต่จะพ่ายแพ้ เรามักลืมกันไปว่า ลักษณะของผิวพรรณนั้น ส่วนใหญ่แล้วถูกกำหนดมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่าเราควรระวังปริมาณแคลอรีที่กินเข้าไปด้วย เนื่องจากเริ่มมีการค้นพบจากงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นว่าการกินมากเกินไป ไม่เพียงแต่จะมีผลในแง่ลบต่อร่างกาย แต่ยังมีผลต่อผิวพรรณของเราด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">       <img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212202211..gif" alt="" width="19" height="19" /> 4. รู้เท่ากันผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกส์</span></strong> การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นกระแสที่มาแรง แต่ผลิตภัณฑ์จากธรรมชิตดีกว่าสำหรับผิวของคุณจริง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่เป็นเรื่องของการเลือกของ แต่ละคน และอย่าคิดว่าเพราะมันมีส่วนผสมจากธรรมชาติแล้ว จะแปลว่ามันจะอ่อนโยนกว่า เพราะคนบางคนมีปฏิกิริยาต่อส่วนผสมบางอย่าง ไม่ว่ามันจะเป็นออร์แกนิกส์หรือไม่ก็ตาม</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">       <img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212202211..gif" alt="" width="19" height="19" /> 5. อย่าเพิ่งฉีดโบท็อกซ์เร็วเกินไปนัก</span></strong> ตอนนี้การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาว่า มันอาจเร่งให้ผิวแก่ก่อนวัยได้หรือเปล่า เนื่องจากความก้าวหน้าล่าสุดในเรื่องการศึกษาระบบประสาทได้แสดงให้เห็นว่า มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่ปลายประสาทจะต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์เอาไว้ ถ้าโบท็อกซ์ทำงานด้วยการทำให้ปลายประสาทหยุดปล่อยสารเคมี ที่ส่งผลให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อก็ไม่ต้องสงสัยว่ามันจะทำให้ปลายประสาทอ่อนแอลง เราคงยังต้องความหาคำตัดสินกันอยู่ต่อไป แต่ถ้าคุณกำลังคิดจะฉีดโบท็อกซ์ ก็ควรยั้งใจไว้สักหน่อย เพราะการฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำอาจทำให้เกิดอาการ &#8220;ดื้อยา&#8221; ได้ การเร่งฉีดโบท็อกซ์เร็วเกินไปจึงเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/12-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;อั่งเปา&#8221; และ &#8220;แต๊ะเอีย&#8221; แตกต่างกันยังไง</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 04:49:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับ &#8220;แต๊ะเอีย&#8220; หรือ &#8220;อั่งเปา&#8220; ที่ เรามักพูดถึงกันนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลตรุษจีน เด็กๆ หลายคนรอคอยเทศกาลนี้เพราะจะได้ทานขนมอร่อยๆ และรอรับอั่งเปาหรือแต๊ะเอียจากบรรดาญาติผู้ใหญ่ หลายคนมีความสงสัยว่า &#8220;อั่งเปา&#8221; และ &#8220;แต๊ะเอีย&#8221; นั้นแตกต่างกันยังไง ทำไมถึงเรียกไม่เหมือนกัน และจริงๆ ควรเรียกว่าอะไรกันแน่&#8230; คำตอบก็คือ จริงๆ แล้วเราสามารถเรียกได้ &#8220;อั่งเปา&#8221; และ &#8220;แต๊ะเอีย&#8221; แต่ความแตกต่างของสองคำนี้อยู่ตรงที่ &#8230; คำว่า &#8220;อั่ง&#8221; แปลว่า สีแดง คำว่า &#8220;เปา&#8221; แปลว่า ซอง ห่อ &#8220;อั่งเปา&#8221; แปลว่า ซองสีแดง แต่ความหมายของอั่งเปาอยู่ที่ของในซองสีแดง ซึ่งหมายถึง เงิน หรือ ธนบัตร หรือ เช็คแลกเงินที่อยู่ในซองนั้นมากกว่า &#8220;อั่งเปา&#8220; คือ ซองสีแดงที่ผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วหรือมีรายได้จะใส่เงินแล้วนำมาให้ผู้น้อย หรืออาจจะแลกเปลี่ยนกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img src="http://images.thaiza.com/34/34_20120120163140..jpg" alt="" width="450" height="299" /></div>
<p><span style="font-size: small;"></p>
<p>สำหรับ <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;</strong><strong>แต๊ะเอีย</strong><strong>&#8220;</strong></span> หรือ <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;</strong><strong>อั่งเปา</strong><strong>&#8220;</strong></span> ที่ เรามักพูดถึงกันนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลตรุษจีน เด็กๆ หลายคนรอคอยเทศกาลนี้เพราะจะได้ทานขนมอร่อยๆ และรอรับอั่งเปาหรือแต๊ะเอียจากบรรดาญาติผู้ใหญ่</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>หลายคนมีความสงสัยว่า </strong><strong>&#8220;</strong><strong>อั่งเปา</strong><strong>&#8221; </strong><strong>และ </strong><strong>&#8220;</strong><strong>แต๊ะเอีย</strong><strong>&#8221; </strong><strong>นั้นแตกต่างกันยังไง ทำไมถึงเรียกไม่เหมือนกัน และจริงๆ ควรเรียกว่าอะไรกันแน่</strong><strong>&#8230;</strong></span> คำตอบก็คือ จริงๆ แล้วเราสามารถเรียกได้ &#8220;อั่งเปา&#8221; และ &#8220;แต๊ะเอีย&#8221; แต่ความแตกต่างของสองคำนี้อยู่ตรงที่ &#8230;</p>
<p><strong>คำว่า </strong><strong>&#8220;</strong><strong>อั่ง</strong><strong>&#8221; </strong></span><span style="font-size: small;"><strong>แปลว่า สีแดง<br />
</strong><strong>คำว่า </strong><strong>&#8220;</strong><strong>เปา</strong><strong>&#8221; </strong></span><strong><span style="font-size: small;">แปลว่า ซอง ห่อ<br />
</span></strong><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #ff6600;">&#8220;อั่งเปา&#8221;</span> แปลว่า ซองสีแดง แต่ความหมายของอั่งเปาอยู่ที่ของในซองสีแดง ซึ่งหมายถึง เงิน หรือ ธนบัตร หรือ เช็คแลกเงินที่อยู่ในซองนั้นมากกว่า</p>
<p></strong><span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;</strong><strong>อั่งเปา</strong></span><strong><span style="color: #ff6600;">&#8220;</span> </strong>คือ ซองสีแดงที่ผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วหรือมีรายได้จะใส่เงินแล้วนำมาให้ผู้น้อย หรืออาจจะแลกเปลี่ยนกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง</p>
<p>สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย</p>
<p><strong>&#8220;</strong><strong>แต๊ะ</strong><strong>&#8221; </strong></span><span style="font-size: small;"><strong>แปลว่า ทับ หรือ กด<br />
</strong><strong>&#8220;</strong><strong>เอีย</strong><strong>&#8221; </strong></span><span style="font-size: small;"><strong>แปลว่า เอว<br />
</strong><span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;</strong><strong>แต๊ะเอีย</strong></span><strong><span style="color: #ff6600;">&#8220;</span> </strong></span><span style="font-size: small;"><strong>แปลว่า ของที่มากดหรือทับเอว<br />
</strong>ส่วน <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;</strong><strong>แต๊ะเอีย</strong><strong>&#8220;</strong></span> นั้น มีที่มาจากในสมัยก่อน เหรียญเงินที่ชาวจีนใช้จะมีรูตรงกลาง ตามธรรมเนียมปฏิบัติผู้ใหญ่จะร้อยเหรีญเงินเหล่านั้นด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ ในเทศกาลตรุษจีน พวกเด็กๆ ก็มักจะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><strong>คำอวยพร : <span style="color: #ff6600;">ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ<br />
</span></strong>คำแปล : ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><strong>คำอวยพร : <span style="color: #ff6600;">เจาไฉจิ้นเป้า<br />
</span></strong>คำแปล : เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติเข้าบ้าน</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><strong>คำอวยพร : <span style="color: #ff6600;">ฟู๋ลู่ซวงฉวน<br />
</span></strong>คำแปล : ศิริมงคลเงินทองอำนาจวาสนา</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><strong>คำอวยพร : <span style="color: #ff6600;">จู้หนี่เจี้ยนคัง<br />
</span></strong>คำแปล : ขอให้คุณสุขภาพแข็งแรง</p>
<p><strong>คำอวยพร : </strong></span><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #ff6600;">จู้หนี่ฉางโส่ว<br />
</span></strong>คำแปล : ขอให้คุณอายุยืนยาว</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><strong>คำอวยพร : <span style="color: #ff6600;">จู้หนี่ซุ่นลี่<br />
</span></strong>คำแปล : ขอให้คุณประสบความสำเร็จ</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><strong>คำอวยพร : <span style="color: #ff6600;">จู้เห้อซินเหนียน<br />
</span></strong>คำแปล : การอวยพรปีใหม่ </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสริมความงามไทยเจ๋ง ต่างชาตินิยมฉีดสารเติมเต็มให้ผิวเต่งตึง</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8b%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8b%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 04:48:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[ความรู้เวชศาสตร์ความงามของไทยติดอันดับหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนนิยมเพราะไม่เป็นอันตราย มีอายุประมาณ 1 ปี รศ.นพ.มนตรี อุดมเพทายกุล ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนัง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าความรู้ด้านเวชสำอางหรือการทำให้เกิดความสวยงามบนผิวกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องสำอาง การใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มาทำให้ผิวกายเราสวยงาม สดใส เปล่งปลั่ง เต็งตึง ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์  การใช้คลื่นวิทยุ ตลอดถึงการใช้ยา ความรู้และการรักษาผู้ป่วยที่มารักษาด้านเวชสำอางของประเทศไทยติดอันดับ 1 ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างชาตินิยมมารักษา อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิยมมารักษาในเมืองไทย &#8220;ส่วนใหญ่นิยมมาฉีดฟิลเลอร์ (Filler)สารเติมเต็มในผิวหนัง แพทย์จะฉีดลงไปบริเวณใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มร่อง หลุมหรือโพรงใต้ผิว เข้าไปทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูโรนิกแอสิด (Hyaluronic acid) ในผิวที่เสื่อมสลายไป ทำให้ผิวบริเวณนั้นๆ เต็มและตึงตัวขึ้น ร่อง ริ้ว ตลอดจนรอยย่นต่างให้คลายตัวออก จึงช่วยคืนสภาพผิวอันอ่อนเยาว์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง และฟิลเลอร์จะสลายตัวไปตามธรรมชาติ เป็นสารที่ปลอดภัยคนไข้จะไม่แพ้ มีอายุ 1  ปีในการฉีดเข้าไปบริเวณร่องแก้มหรือจมูก ใต้ตา เมื่อฉีดที่ร่องแก้ม ก็จะทำให้ร่องแก้มเต็มขึ้นทันที  คนไข้นิยมวิธีการการฉีดฟิลเลอร์อย่างมากเพราะไม่เจ็บตัว นอกจากฉีดที่ร่องแก้วแล้วยังนิยมใช้ฟิลเลอร์เติมบริเวณจมูก เพื่อให้โด่งขึ้น เนื่องจากบางคนไม่อยากจะใช้การศัลยกรรมด้วยซิลิโคนทันที หากไม่สวยก็ต้องไปเอาซิลิโคนออกอีก เป็นการเจ็บตัวเนื่องจากต้องทำการศัลยกรรมเป็นการผ่าตัด ตกแต่งและนำซิลิโคนเข้าไป แต่การฉีดฟิลเลอร์จะทำให้คนไข้ได้ตัดสินใจว่าควรจะศัลยกรรมจมูกแบบศัลยกรรม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;"><img src="http://images.thaiza.com/34/34_20110114162854..jpg" alt="" width="500" height="300" /></div>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: small;"><strong></p>
<p><span style="color: #ff6600;">ความรู้เวชศาสตร์ความงามของไทยติดอันดับหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนนิยมเพราะไม่เป็นอันตราย มีอายุประมาณ 1 ปี<br />
</span></p>
<p></strong>รศ.นพ.มนตรี อุดมเพทายกุล ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนัง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าความรู้ด้านเวชสำอางหรือการทำให้เกิดความสวยงามบนผิวกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องสำอาง การใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มาทำให้ผิวกายเราสวยงาม สดใส เปล่งปลั่ง เต็งตึง ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์  การใช้คลื่นวิทยุ ตลอดถึงการใช้ยา ความรู้และการรักษาผู้ป่วยที่มารักษาด้านเวชสำอางของประเทศไทยติดอันดับ 1 ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างชาตินิยมมารักษา อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิยมมารักษาในเมืองไทย</p>
<p>&#8220;ส่วนใหญ่นิยมมาฉีดฟิลเลอร์ (Filler)สารเติมเต็มในผิวหนัง แพทย์จะฉีดลงไปบริเวณใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มร่อง หลุมหรือโพรงใต้ผิว เข้าไปทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูโรนิกแอสิด (Hyaluronic acid) ในผิวที่เสื่อมสลายไป ทำให้ผิวบริเวณนั้นๆ เต็มและตึงตัวขึ้น ร่อง ริ้ว ตลอดจนรอยย่นต่างให้คลายตัวออก จึงช่วยคืนสภาพผิวอันอ่อนเยาว์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง และฟิลเลอร์จะสลายตัวไปตามธรรมชาติ เป็นสารที่ปลอดภัยคนไข้จะไม่แพ้ มีอายุ 1  ปีในการฉีดเข้าไปบริเวณร่องแก้มหรือจมูก ใต้ตา เมื่อฉีดที่ร่องแก้ม ก็จะทำให้ร่องแก้มเต็มขึ้นทันที  คนไข้นิยมวิธีการการฉีดฟิลเลอร์อย่างมากเพราะไม่เจ็บตัว นอกจากฉีดที่ร่องแก้วแล้วยังนิยมใช้ฟิลเลอร์เติมบริเวณจมูก เพื่อให้โด่งขึ้น เนื่องจากบางคนไม่อยากจะใช้การศัลยกรรมด้วยซิลิโคนทันที หากไม่สวยก็ต้องไปเอาซิลิโคนออกอีก เป็นการเจ็บตัวเนื่องจากต้องทำการศัลยกรรมเป็นการผ่าตัด ตกแต่งและนำซิลิโคนเข้าไป แต่การฉีดฟิลเลอร์จะทำให้คนไข้ได้ตัดสินใจว่าควรจะศัลยกรรมจมูกแบบศัลยกรรม พลาสติกหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจผ่าตัดจริงๆ&#8221;</p>
<p>รศ.นพ.มนตรี กล่าวอีกว่า แม้การฉีดฟิลเลอร์จะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่ก็มีข้อควรระวัง ควรจะฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการฉีดบริเวณจมูกใกล้กับตา หากเป็นแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญอาจส่งผลข้างเคียงถึงดวงตาได้ จึงต้องระมัดระวัง</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8b%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ้วน! ระวัง ไขมันคั่งในตับ</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2012 16:37:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[โรคของคนอ้วน ส่วนมากเราจะรู้จักกันแต่โรคเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด และความดันโลหิตสูง ขณะที่หลายคนคงยังไม่ทราบว่า คนที่มีลักษณะ อ้วนลงพุง ยังก่อให้เกิด “ภาวะไขมันคั่งในตับ” ได้โดยที่โรคนี้จะไม่แสดงอาการเตือนใด ๆ จนกระทั่งตับอักเสบและดำเนินโรคไปสู่ระยะตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับและเสียชีวิตในที่สุด พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ให้ความรู้ว่า ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก อวัยวะหนึ่งของร่างกายมีหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงาน กำจัดสารพิษ ช่วยสร้างน้ำดีและโปรตีนที่สำคัญ ๆ ของร่างกาย ช่วยย่อยไขมัน โดยธรรมชาติตับของเราจะมีสีน้ำตาลแดง หากตับมีภาวะความเสี่ยงที่มีไขมันสะสมจะเริ่มกลายเป็นสีขาว เนื่องจากมีไขมันคั่งอยู่ในตับ! &#160; ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นไขมัน คั่งในตับมักอยู่ในกลุ่มแรกมีเกณฑ์การวินิจฉัย คือ ต้องมีความผิด ปกติอย่างน้อย 3 ใน  5 ข้อดังต่อไปนี้ ได้แก่ 1.อ้วนลงพุง 2.ระดับไขมันไตรกลี  เซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล. 3.ระดับไขมันเอ ช-ดี-แอล (HDL) คอเลสเตอรอล ในผู้ชายน้อยกว่า 40 มก./ดล. และผู้หญิงน้อยกว่า 50 มก./ดล. 4.ความดันโลหิตมากกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://variety.teenee.com/science/img2/124789.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size: small;">โรคของคนอ้วน ส่วนมากเราจะรู้จักกันแต่โรคเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด และความดันโลหิตสูง ขณะที่หลายคนคงยังไม่ทราบว่า <span style="color: #008000;">คนที่มีลักษณะ อ้วนลงพุง ยังก่อให้เกิด “ภาวะไขมันคั่งในตับ” ได้โดยที่โรคนี้จะไม่แสดงอาการเตือนใด ๆ </span><strong><em><span style="color: #ff0000;">จนกระทั่งตับอักเสบและดำเนินโรคไปสู่ระยะตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับและเสียชีวิตในที่สุด<br />
</span></em></strong><br />
พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ให้ความรู้ว่า ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก อวัยวะหนึ่งของร่างกายมีหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงาน กำจัดสารพิษ ช่วยสร้างน้ำดีและโปรตีนที่สำคัญ ๆ ของร่างกาย ช่วยย่อยไขมัน <strong><span style="color: #0000ff;">โดยธรรมชาติตับของเราจะมีสีน้ำตาลแดง หากตับมีภาวะความเสี่ยงที่มีไขมันสะสมจะเริ่มกลายเป็นสีขาว เนื่องจากมีไขมันคั่งอยู่ในตับ!</span></strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นไขมัน คั่งในตับมักอยู่ในกลุ่มแรกมีเกณฑ์การวินิจฉัย คือ ต้องมีความผิด ปกติอย่างน้อย 3 ใน  5 ข้อดังต่อไปนี้ ได้แก่</strong></span></p>
<p>1.อ้วนลงพุง<br />
2.ระดับไขมันไตรกลี  เซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล.<br />
3.ระดับไขมันเอ ช-ดี-แอล (HDL) คอเลสเตอรอล ในผู้ชายน้อยกว่า 40 มก./ดล. และผู้หญิงน้อยกว่า 50 มก./ดล.<br />
4.ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือทานยาลดความดันโลหิตอยู่และ<br />
5.ระดับน้ำตาล ขณะอดอาหารมากกว่า 110 มก./ดล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #3366ff;">โดยปกติร่างกายเผาผลาญไขมันต่าง ๆ จากเนื้อเยื่อนอกตับสามารถผ่านเข้าไปในตับได้แต่ตับก็มีขบวนการป้องกัน<br />
</span></strong><br />
ไม่ให้ไขมันสะสมแต่ต้องอาศัยฮอร์โมนอินซูลิน เมื่อไขมันเข้าไปเนื้อตับ บางส่วนตับจะส่งไขมันตัวนี้เข้าไปสลายให้เป็นพลังงานให้เราสามารถทำกิจวัตร ประจำวันได้ และไขมันส่วนที่เกินตับจะขับออกสู่กระแสเลือดได้ แต่ถ้าเมื่อใดมีภาวะดื้ออินซูลินขึ้นมาทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ มีการสลายไขมันออกมามากขึ้น <strong><span style="color: #ff0000;">เมื่อไขมันในเลือดมีมากก็เข้าสู่ตับมากขึ้น ในระยะแรกคนไข้อาจจะไม่มีอาการใด ๆ แต่บางรายอาจมีอาการปวดแน่นชายโครงด้านขวา</span></strong>หรืออาจตรวจอัลตราซาวด์เจอว่าตับ ขาวผิดปกติ และตรวจเลือดก็อาจจะปกติ ทางการแพทย์เรียกว่า ไขมันสะสมอยู่เฉย ๆ แต่เวลาผ่านไปถ้าไขมันสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตับจะมีการอักเสบขึ้นมา  เพราะว่าไขมันตัวนี้จะปล่อยสารบางอย่างทำให้เกิดการอักเสบของตับ เมื่อเวลานานเข้าจะดำเนินโรคไปสู่ โรคตับแข็งโดยที่เราไม่ต้องดื่มเหล้า หรือไม่ได้เป็นไวรัสตับ </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กฎ 10 ข้อ ควรจำก่อนทะเลาะกัน</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e-10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e-10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 10:27:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[&#160; 1. อย่าโยนความผิด เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นความผิดของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 100% ดังนั้นให้ยอมรับว่าคุณมีส่วนในปัญหานี้ และอธิบายว่าการกระทำของอีกฝ่ายทำให้คุณรู้สึกอย่างไร 2. ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ อย่าอาละวาด หมือนเด็กดื้อรั้น และอย่ายอมกับก้มหัวงก ๆ หรือทำตัวโหดร้าย เพราะจะทำให้สิ่งที่คุณพูดไม่มีน้ำหนัก 3. อย่าเริ่มด้วยการเอาชนะ ถ้าคุณ เป็นคู่รักก็ต้องร่วมกันแก้ปัญหา ไม่ใช่คิดจะเอาชนะ 4. พยายามเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย ลอง เอาใจ เขามาใส่ใจคุณและบอกเขาว่าคุณกำลังพยายามทำความเข้าใจเขา 5. เน้นปัญหาตรงหน้าเท่านั้น อย่า รื้อฟื้นทุกเรื่องที่คุณหงุดหงิดในช่วง สองสามเดือนก่อนมาคุยรวมในครั้งนี้ ให้หาเวลาอื่นพูดถึงปัญหาอื่นจะดีกว่า 6. ฟังอีกฝ่ายพูด อย่าพูดหรือตะโกน ใส่เขาตอนที่เขากำลังพูด การทะเลาะคือการที่สองฝ่ายหาเหตุผลมาแย้งกัน ดังนั้นต้องให้โอกาสอีกฝ่ายพูด จากนั้นให้ทำความเข้าใจและยอมรับสิ่งที่เขาพูดมา 7. รู้ว่าควรยุติเมื่อไหร่ อย่า พร่ำพูดเรื่องนี้นานหลายชั่วโมง ทั้งที่ได้พูดทุกอย่างไปหมดแล้ว เมื่อคุณสงบอารมณ์สักสองวัน ก็อาจพบว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว 8. อย่าตะโกน เพราะสิ่งที่เขาได้ ยินคือเสียงของคุณจนไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่คุณกำลังพูด อีกอย่างเวลาคุณแผดเสียง คุณจะพูดชัดน้อยลง 9. อย่าหาเรื่องทะเลาะ ถ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img src="http://uppic.happymass.com/upload/7d277228ef29195b3255f8f32e62ed9a.jpg" alt="" /></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. อย่าโยนความผิด</strong></p>
<p>เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นความผิดของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 100% ดังนั้นให้ยอมรับว่าคุณมีส่วนในปัญหานี้ และอธิบายว่าการกระทำของอีกฝ่ายทำให้คุณรู้สึกอย่างไร</p>
<p><strong>2. ทำตัวเป็นผู้ใหญ่</strong></p>
<p>อย่าอาละวาด หมือนเด็กดื้อรั้น และอย่ายอมกับก้มหัวงก ๆ หรือทำตัวโหดร้าย เพราะจะทำให้สิ่งที่คุณพูดไม่มีน้ำหนัก</p>
<p><strong>3. อย่าเริ่มด้วยการเอาชนะ<br />
</strong><br />
ถ้าคุณ เป็นคู่รักก็ต้องร่วมกันแก้ปัญหา ไม่ใช่คิดจะเอาชนะ</p>
<p><strong>4. พยายามเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย<br />
</strong><br />
ลอง เอาใจ เขามาใส่ใจคุณและบอกเขาว่าคุณกำลังพยายามทำความเข้าใจเขา</p>
<p><strong>5. เน้นปัญหาตรงหน้าเท่านั้น</strong></p>
<p>อย่า รื้อฟื้นทุกเรื่องที่คุณหงุดหงิดในช่วง สองสามเดือนก่อนมาคุยรวมในครั้งนี้ ให้หาเวลาอื่นพูดถึงปัญหาอื่นจะดีกว่า</p>
<p><strong>6. ฟังอีกฝ่ายพูด<br />
</strong><br />
อย่าพูดหรือตะโกน ใส่เขาตอนที่เขากำลังพูด การทะเลาะคือการที่สองฝ่ายหาเหตุผลมาแย้งกัน ดังนั้นต้องให้โอกาสอีกฝ่ายพูด จากนั้นให้ทำความเข้าใจและยอมรับสิ่งที่เขาพูดมา</p>
<p><strong>7. รู้ว่าควรยุติเมื่อไหร่</strong></p>
<p>อย่า พร่ำพูดเรื่องนี้นานหลายชั่วโมง ทั้งที่ได้พูดทุกอย่างไปหมดแล้ว เมื่อคุณสงบอารมณ์สักสองวัน ก็อาจพบว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว</p>
<p><strong>8. อย่าตะโกน</strong></p>
<p>เพราะสิ่งที่เขาได้ ยินคือเสียงของคุณจนไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่คุณกำลังพูด อีกอย่างเวลาคุณแผดเสียง คุณจะพูดชัดน้อยลง</p>
<p><strong>9. อย่าหาเรื่องทะเลาะ</strong></p>
<p>ถ้า คุณมีปัญาหาจากที่ทำงานหรือหงุดหงิดกับเด็ก ๆ อย่าระบายอารมณ์ใส่เขา บอกเขาอย่างสงบว่า คุณรู้สึกอย่างไรแทนที่จะหาเรื่องว่าใครลืมเทขยะ</p>
<p><strong>10. หัวเราะเข้าไว้</p>
<p></strong>อารมณ์ขัน สามารถทำให้สถานการณ์แทบทุกรูปแบบสงบลง แต่อย่าใช้อารมณ์ขันขณะที่อีกฝ่ายกำลังระบายความในใจ ควรเลือกจังหวะที่จะใช้เสียงหัวเราะผ่อนคลายความตึงเครียด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e-10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำนายนิสัยจากการดูหนัง</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 06:07:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[คุณชอบหนังตลกโปกฮา บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบ เรียบง่าย สบาย ๆ ตามใจฉัน อารมณ์ดี ไม่ค่อย จะชอบเรื่องซีเรียสจริงจังเท่าใดนัก และไม่ต้องการคิดอะไรให้มากความออกจะไม่ค่อยจะแคร์ ต่อความผิดหวังในชีวิตในอดีตมากมายนัก โดยมากมักจะชอบแสวงหาความสุขสนุกสนาน เฮฮาบันเทิงใจ มักจะมองโลกในแง่ดี เปิดเผย ด้วยความจริงใจ มีความเป็นมิตรกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะมักจะเป็นที่พึ่ง หรือให้คำปรึกษาที่ดี กับคนรอบข้าง มักจะไม่ค่อยจะมีเล่ห์เหลี่ยมเพทุบายเท่าใดนัก เพียงแต่เป็นคนขี้เล่นเท่านั้น ใจกว้าง ชอบอิสระ มักจะมีอารมณ์ขันในแบบสนุกขบขัน อ่อนหวาน มีเสน่ห์ต่อคนรอบข้าง สังเกตง่าย ๆ ก็จากนักเล่นตลกมักจะมีแฟนสวย แทบทุกคน หรือคุณไม่อยากมีแฟนสวยหรือหล่อกับเขาบ้างล่ะคะ คุณชอบหนังการ์ตูน บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มีความกระตือ รือร้น ช่างคิดช่างฝันจินตนาการ รักศิลปะ อาจจะมีบุคลิกหรือนิสัยเหมือนเซลาร์มูนหรือ ดอกเตอร์อากิโรส ในการ์ตูนไฟนอลแแฟนตาซี (Final Fantasy) ก็ได้ การที่คุณไม่ชอบ อยู่นิ่งเฉย มักจะชอบแสดงความสามารถ ในด้านความคิดและการกระทำอยู่ตลอดเวลา มีความตั้งใจมุ่งมั่นพากเพียรพยายามฟันฝ่า เพื่อให้งานนั้นสำเร็จลงได้ แต่ก็ชอบพูดคุย โอ้อวดถึงความสามารถของตนเองมากกว่า ผลงานที่ได้ทำเสียอีก ในแบบโจ๊กใส่ไข่ หลาย ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><strong><img src="http://uppic.happymass.com/upload/e2652c0bc21bc492cb6e7ba86e138157.jpg" alt="" /></strong></p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><strong>คุณชอบหนังตลกโปกฮา<br />
</strong>บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบ เรียบง่าย สบาย ๆ ตามใจฉัน อารมณ์ดี ไม่ค่อย จะชอบเรื่องซีเรียสจริงจังเท่าใดนัก และไม่ต้องการคิดอะไรให้มากความออกจะไม่ค่อยจะแคร์ ต่อความผิดหวังในชีวิตในอดีตมากมายนัก โดยมากมักจะชอบแสวงหาความสุขสนุกสนาน เฮฮาบันเทิงใจ มักจะมองโลกในแง่ดี เปิดเผย ด้วยความจริงใจ มีความเป็นมิตรกับคนรอบข้าง<br />
โดยเฉพาะมักจะเป็นที่พึ่ง หรือให้คำปรึกษาที่ดี กับคนรอบข้าง มักจะไม่ค่อยจะมีเล่ห์เหลี่ยมเพทุบายเท่าใดนัก เพียงแต่เป็นคนขี้เล่นเท่านั้น ใจกว้าง ชอบอิสระ มักจะมีอารมณ์ขันในแบบสนุกขบขัน อ่อนหวาน มีเสน่ห์ต่อคนรอบข้าง สังเกตง่าย ๆ ก็จากนักเล่นตลกมักจะมีแฟนสวย แทบทุกคน หรือคุณไม่อยากมีแฟนสวยหรือหล่อกับเขาบ้างล่ะคะ</p>
<p><strong>คุณชอบหนังการ์ตูน</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มีความกระตือ รือร้น ช่างคิดช่างฝันจินตนาการ รักศิลปะ อาจจะมีบุคลิกหรือนิสัยเหมือนเซลาร์มูนหรือ ดอกเตอร์อากิโรส ในการ์ตูนไฟนอลแแฟนตาซี (Final Fantasy) ก็ได้ การที่คุณไม่ชอบ อยู่นิ่งเฉย มักจะชอบแสดงความสามารถ ในด้านความคิดและการกระทำอยู่ตลอดเวลา มีความตั้งใจมุ่งมั่นพากเพียรพยายามฟันฝ่า เพื่อให้งานนั้นสำเร็จลงได้ แต่ก็ชอบพูดคุย โอ้อวดถึงความสามารถของตนเองมากกว่า ผลงานที่ได้ทำเสียอีก ในแบบโจ๊กใส่ไข่ หลาย ๆ ฟองเชียวแหละ เพราะคุณเป็นคน ที่มองโลกในแง่ดีและมีคุณธรรมประจำใจ ไม่ชอบอยู่ในกรอบหรือกฎเกณฑ์เท่าใดนัก คุณจึงแลดูอ่อนวัยกว่าปกติ ไม่บอกอายุ ไม่รู้เชียวนะ ว่าทำไมปัญญาจึงอ่อนจังเลย เอ้ย! ต้องขอโทษด้วยคะ ใบหน้าของคุณ ต่างหากที่แลดูอ่อนวัยกว่าปกติ แม้ว่าอายุ ล่วงเลยเลขสี่เลขห้าไปแล้วแต่ดูเหมือนสิบ เก้าเลยเชียว ดูจากพวกนักพากย์การ์ตูน สิคะ เด็กกว่าคนรุ่นเดียวกันตั้งเยอะเลย หรือไปถามน้าต๋อย แซมเบ้ ก็ได้ ถ้าคุณถามอายุน้าต๋อยอาจตอบว่าสิบเก้าก็ได้ใครจะรู้</p>
<p><strong>คุณชอบหนังชีวิตต้องสู้</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มีความเชื่อ ในความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม โดยเฉพาะ คุณธรรมในจิตใต้สำนึกของคุณจะบ่งบอกว่า ความพากเพียรพยายามมุ่งมั่นด้วยความดี จะต้องชนะความชั่วร้ายได้ หรือธรรมะย่อม ชนะอธรรมจนได้ในที่สุด คุณเป็นคนที่มีจิตใจกว้างขวาง และมีความอดทนมาก ทำงาน หนักในสภาวะกดดันต่าง ๆ และมีความ เมตตากรุณา ปราณี ชอบช่วยเหลือเจือจุน คนที่ตกทุกข์ได้ยาก มองโลกในแง่ดี และ เป็นคู่รักที่ดี ต้องการให้ครอบครัวมีความสุขสมหวังในบั้นปลายของชีวิตด้วย</p>
<p><strong>คุณชอบหนังผีสยองขวัญ</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น ต้องการเรียนรู้และพิสูจน์ความจริงให้ได้ จะสนใจในเรื่องเร้นลับที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ มักจะชอบทำอะไรให้ผู้อื่นประหลาดใจอยู่เสมอ ชอบการเสาะแสวงหาเครื่องลางของขลัง ชอบการต่อสู้และเผชิญกับสิ่งเร้นลับ คุณมัก จะมีบุคลิกที่ค่อนข้างเข้าใจยาก ลึกลับ ออกจะหลงตัวเองไปสักนิด มักชอบแสดงความ คิดเห็นของตนเองออกไปทางโต้แย้งนิด ๆ ซึ่งอาจมีคำพูดซึ่งคนรอบข้างไม่ชอบเท่าใดนักก็ได้ และมักจะหลอกชาวบ้านให้ใจสั่น ขวัญผวา ก็แน่ล่ะสิ เพราะจะมีคนเข้ามาอิงแนบหรือกอดคุณแน่นอย่างน่าอิจฉาจังเลย</p>
<p><strong>คุณชอบหนังมีเพลงดนตรี</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี สดใสร่าเริง มักจะชอบงานเลี้ยงที่มีแสงสีที่สวยงามตระการตา ความช่างคิดช่างฝันจินตนาการสร้างสรรค์ในอารมณ์แบบศิลปิน จะทำให้คุณมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีเสน่ห์เป็นที่น่าประทับใจของคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับเพศตรงข้ามจะแอบชื่นชมคุณอยู่ก็ได้ คุณอาจจะชอบงานสังคม โดยจะมีความสุขมากที่ได้คบหากับคนแปลกหน้า ที่มีอุดมการณ์แนวความคิดเดียวกัน คุณมักจะไม่ชอบความเงียบเหงา</p>
<p><strong>คุณชอบหนังโป๊วับ ๆ แวม ๆ</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญ กับสรีระ ความโค้งเว้าของร่างกายมาก ๆ หรือ อะไรเอ่ยชอบดูในสิ่งที่เขาปิดบังซ่อนเร้นบนร่างกาย ก็พวกนักสะสมหนังโป๊อาจจะตอบได้นะ คุณจะชอบความสวยงามของเรือนร่าง โดยเฉพาะความเจ้าชู้ของคุณเองไงล่ะ มักจะ นิยมชมชอบทางกามารมณ์มากเป็นพิเศษ ชอบคิดชอบฝันสร้างสวรรค์วิมานในอากาศ โดยเฉพาะคุณกับคนที่หล่อหรือสวยยแบบ ดารายอดนิยม โดยเฉพาะพระเอกนางเอก ของฮอลลีวู้ดน่ะแหละ คุณอาจจะหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์เซ็กส์มากไปสักนิด เจ้าชู้มาก มีอารมณ์อ่อนไหวในเรื่องความรักมาก อาจ จะชอบเก็บตัวไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าใดนัก ในลักษณะของความเก็บกดก็เป็นได้</p>
<p><strong>คุณชอบหนังแนววิทยาศาสตร์</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ชอบการวางแผนอนาคต รักการผจญภัยและยอมรับการเปลี่ยนแปลง ใหม่ ๆ ที่ตื่นเต้นเร้าใจในแบบของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิทยาการสมัยใหม่ จะชอบมอง อนาคตมากกว่าอดีตและปัจจุบัน อยากลองสิ่งใหม่ ๆ ออกจะเพ้อฝันหรือชอบเก็บตัวเงียบ อยู่คนเดียวก็ได้ คุณอาจจะไม่ชอบความซ้ำซาก จำเจในแบบเก่า ๆ ล้าสมัย บางคนอาจจะชอบการประดิษฐ์คิดค้นหรือดัดแปลงให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ</p>
<p><strong>คุณชอบหนังรักแนวโรแมนติก</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนช่างคิดช่างฝัน จินตนาการสร้างสรรค์ในแบบเด็ก ๆที่ชอบวาดฝันที่สวยหรูว่ามีชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเฉพาะในเรื่องความรักที่แสน หวาน คุณออกจะเจ้าชู้ในอารมณ์รัก และคาดหวังสูงเสียด้วยคือ ต้องการให้ชีวิต มีความรักที่สวยหรู อบอุ่นจากครอบครัว ที่ร่ำรวย และแสนสุขสมอารมณ์หมาย ในแบบของเจ้าชายสุดหล่อ เจอเจ้าหญิงสุดสวย ก็คือคุณเองในหนังเทพนิยายรักก็ว่าได้ ซึ่งอาจจะไม่จริงในสถานการณ์ ปัจจุบันก็ได้ ในแบบที่ตัวคุณเองต้องการ เพ้อฝันและชอบสร้างสวรรค์วิมานในอากาศ เพื่อให้คุณมีความสุขสมอารมณ์หมายตอนจบ (Happy Ending) นั่นเอง<br />
ตัวคุณเองชอบ เก็บความรู้สึกลึก ๆ โดยไม่แสดงออกให้ ใครทราบเท่าใดนัก มักจะแสดงออกในด้าน ที่สวยงามโรแมนติก เปี่ยมไปด้วยความหวัง ในแบบคนช่างฝัน โดยเฉพาะการมองโลก ในแง่ดีเกินความเป็นจริงแต่บทเอาแต่ใจ ตัวเองแล้วล่ะก็มาก ๆ ยกกำลังสองเลย เชียวแหละ</p>
<p><strong>คุณชอบหนังชีวิตเศร้าเคล้าน้ำตา</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่เข้าใจยอมรับ และจริงจังกับการดำเนิชีวิตมากกว่าคนใน วัยเดียวกัน ออกจะไปทางเศร้าผิดหวัง เจ้าน้ำตาก็ได้ โดยจะชอบดูหนังไป ร้องไห้ไปน้ำตาไหลพราก ๆ ก็เพราะอินในบทของตัว ละคร บางตัวเหมือนชีวิตของเรา ยิ่งละคร น้ำเน่าเท่าใดยิ่งเหมือนชีวิตของเรามากเข้า ทุกวันแล้วเชียว ผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือของ คุณอาจจะเปียกเฉอะแฉะมาก เรือพายได้เลยเชียว จะกลายเป็นตลาดน้ำดำเนิสะดวก แล้วนะน้อง บุคลิกลักษณะภายนอกของคุณอาจจะดูแข็งเงียบสงบจนผู้อื่นอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ แต่ภายในจิตใจของคุณจะมีความอ่อนไหวมาก ต้องการความรักและ ความอบอุ่นภายในครอบครัว ลำพังตัวคุณเองจริง ๆ จะเป็นคนที่โอบอ้อมอารีย์ ชอบให้คำแนะนำช่วยเหลือแก่ผู้อื่น ถ้ามีคนมาขอร้องให้คุณช่วยคำปรึกษาที่คุณให้แก่ผู้อื่นจะมีแง่คิด และวิธีการปฏิบัติทีดีในการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ขณะนี้ได้ดีมากทีเดียว</p>
<p><strong>คุณชอบหนังแนวสารคดีท่องเที่ยว</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่นมั่นคง ชอบอยู่ในโลกของ ความเป็นจริง ไม่หวั่นไหวกับกระแส สังคมโดยง่ายนัก มักจะชอบแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยสติปัญญาและเหตุผล คุณ รักความเรียบง่าย อิสระชอบท่องเที่ยว เดินทางไปตามธรรมชาติ สนใจในวิถีชีวิตของคนชนบทพื้นเมืองและสัตว์ในธรรมชาติชอบสิ่งที่เป็นอดีต มีที่มา ที่ไปตลอดจนเหตุและผล และมักที่จะทำให้คนรอบข้างประหลาดใจในแบบของคนที่ช่างจินตนาการสร้างสรรค์ ที่สามารถแสดงออกมาได้ตามธรรมชาติ ในลักษณะภูมิปัญญาแบบชาวบ้านก็ได้นะ</p>
<p><strong>คุณชอบหนังอาชญากรรมตื่นเต้นลึกลับ</strong><br />
บ่งบอบกว่าคุณเป็นคนมีสติปัญญา ไหวพริบปฏิภาณ ตัดสินใจดีอยากรู้อยากเห็นในแบบนักสืบ สอบสวน แก้ปัญหา คุณมีความอดทนพากเพียรพยายามสูงเพื่อให้ตนไปสู่จุดมุ่งหมายในอนาคต ออกจะทำอะไรไปในทางที่ท้าทาย ออกจะชอบการเสี่ยงภัยหรือการเสี่ยงโชค การพนันขันต่อก็ได้ โดยอาจจะไม่ค่อยจะคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน อาจจะใจร้อนกล้าได้กล้าเสีย สำหรับบางคนออกจะบ้าบิ่นหุนหันพลันแล่นไปบ้าง โดยไม่คำนึงถึงกฎระเบียบของสังคมก็ได้นะ เพราะว่าจะได้ระบายอารมณ์ของคุณในแบบที่ว่ามันสะใจในอารมณ์ดีแท้</p>
<p><strong>คุณชอบหนังผจญภัยต่อสู้โลดโผนแอ็คชั่น</strong><br />
บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่น ในตนเองสูงมากชอบการเดินทางท่องเที่ยว ผจญภัย ชอบเผชิญกับสิ่งที่ท้าทาย ออกจะเสี่ยง ๆ ไปสักนิด โดยจะชอบฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตในแบบกล้าได้กล้าเสีย อาจใจกล้าบ้าบิ่นไปบ้างก็ได้โดยจะไม่ชอบหลบหนีปัญหา มักจะพยายามหาทางแก้ไขปัญหายามคับขันให้ลุล่วงไปด้วยดี และมีความเชื่อมั่นว่าความคิด สติปัญญา ไหวพริบ ปฏิภาณของตนเอง จะแก้ปัญหาสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้ ออกจะดื้อไม่ค่อยจะยอมรับฟังใครแนะนำง่าย ๆ นัก ถ้าไม่มีการประลองวิทยายุทธ์กำลังภายในกันสักตั้งหนึ่ง คุณออกจะไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบมากนัก แต่ก็ชอบช่วยเหลือผู้อื่นในกรณีที่เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม ตลอดจนจะชอบให้ผู้อื่นยกย่อง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชาวอินโดนีเซียกินดินเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 06:06:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=11</guid>
		<description><![CDATA[กินจริง ขายจริง มีประโยชน์จริง ดินจากธรรมชาติขนมขบเคี้ยวรสเสิศของคนอินโดเชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ที่กินกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า ในเมืองตูบัน (Tuban) ประเทศอินโดนีเซีย แหล่งผลิตขนมดินที่มีชื่อว่า แอมโป (ampo)ขนมท้องถิ่นชั้นเลิศของคนอินโด ที่ทำจากดินธรรมชาติล้วนๆ ที่ได้จากท้องนาข้าว นางราสิมา หญิงวัย 53 ปี เป็นคนทำขนมดินเพื่อสุขภาพ และส่งขายในตลาดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มกับครอบครัวตกวันละประมาณ 2 ดอลล่าห์ จากการขายขนมดินที่ว่านอกเหนือจากการทำฟาร์มของครอบครัว ซึ่งเธอจะเก็บดินจากท้องนาข้าวในระแวกใกล้ๆบ้าน ที่ต้องสะอาดเนื้อแน่น ไม่มีก้อนกรวดเจือปน มาเป็นวัตถุดิบในการทำขนมดิน สำหรับการทำขนมดิน หรือ &#8220;แอมโป&#8221; ราสิมากล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทำสืบทอดกันมาของหมู่บ้านรุ่นต่อรุ่น ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่รู้ถึงสูตรที่แท้จริง เธอรู้แค่รุ่นทวดของเธอก็ทำเช่นนี้ จนมาถึงรุ่นของเธอแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำแอมโปคือ คุณภาพของดิน การทำแอมโปนั้น หลังจากเก็บดินมาได้แล้ว ก็จะนำมาดินมาตีจนแข็งเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จากนั้นขูดเนื้อดินให้ม้วนเป็นแท่งด้วยไม้ไผ่บางๆ [คล้ายๆขนมทองม้วนบ้านเรา]แล้วนำดินที่ม้วนเป็นแท่งไปอบรมควันในหม้อดินเผาขนาดใหญ่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีจากนั้นแอมโปขนมดินท้องนาก็พร้อมเสริฟ ส่วนรสชาติ และสรรพคุณของแอมโป จากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่บริโภคต่างให้ความเห็นว่ารสชาติของขนมดินนี้อร่อยคล้ายกับกินครีม ช่วยให้สบายท้อง และหากหญิงมีครรภ์ได้ลิ้มลองขนมดินที่ว่า เด็กในครรภ์จะมีสุขภาพผิวดี ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานจากทางการแพทย์เกี่ยวกับรับประทานดินดังกล่าวจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าหากบริโภคเข้าไปแล้วจะได้ผลดีจริงตามที่คนท้องถิ่นกล่าวอ้างจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงยังคงเป็นความเชื่อของคนท้องถิ่นตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่ถ้าของเค้าดีจริงคงต้องบินไปลิ้มลองที่อินโดนีเซียนะค่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><strong>กินจริง ขายจริง มีประโยชน์จริง ดินจากธรรมชาติขนมขบเคี้ยวรสเสิศของคนอินโดเชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ที่กินกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า</p>
<p></strong></p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><img src="http://uppic.happymass.com/upload/0fd1023d308ff675556971c2f0e1538a.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: justify;">
<p><strong>ในเมืองตูบัน (Tuban) ประเทศอินโดนีเซีย แหล่งผลิตขนมดินที่มีชื่อว่า แอมโป (ampo)ขนมท้องถิ่นชั้นเลิศของคนอินโด ที่ทำจากดินธรรมชาติล้วนๆ ที่ได้จากท้องนาข้าว</strong></p>
<p>นางราสิมา หญิงวัย 53 ปี เป็นคนทำขนมดินเพื่อสุขภาพ และส่งขายในตลาดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มกับครอบครัวตกวันละประมาณ 2 ดอลล่าห์ จากการขายขนมดินที่ว่านอกเหนือจากการทำฟาร์มของครอบครัว ซึ่งเธอจะเก็บดินจากท้องนาข้าวในระแวกใกล้ๆบ้าน ที่ต้องสะอาดเนื้อแน่น ไม่มีก้อนกรวดเจือปน มาเป็นวัตถุดิบในการทำขนมดิน</p>
<p>สำหรับการทำขนมดิน หรือ <strong>&#8220;แอมโป&#8221; </strong>ราสิมากล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทำสืบทอดกันมาของหมู่บ้านรุ่นต่อรุ่น ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่รู้ถึงสูตรที่แท้จริง เธอรู้แค่รุ่นทวดของเธอก็ทำเช่นนี้ จนมาถึงรุ่นของเธอแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำแอมโปคือ คุณภาพของดิน</p>
<p>การทำแอมโปนั้น หลังจากเก็บดินมาได้แล้ว ก็จะนำมาดินมาตีจนแข็งเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จากนั้นขูดเนื้อดินให้ม้วนเป็นแท่งด้วยไม้ไผ่บางๆ [คล้ายๆขนมทองม้วนบ้านเรา]แล้วนำดินที่ม้วนเป็นแท่งไปอบรมควันในหม้อดินเผาขนาดใหญ่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีจากนั้นแอมโปขนมดินท้องนาก็พร้อมเสริฟ</p>
<p>ส่วนรสชาติ และสรรพคุณของแอมโป จากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่บริโภคต่างให้ความเห็นว่ารสชาติของขนมดินนี้อร่อยคล้ายกับกินครีม ช่วยให้สบายท้อง และหากหญิงมีครรภ์ได้ลิ้มลองขนมดินที่ว่า เด็กในครรภ์จะมีสุขภาพผิวดี</p>
<p>ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานจากทางการแพทย์เกี่ยวกับรับประทานดินดังกล่าวจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าหากบริโภคเข้าไปแล้วจะได้ผลดีจริงตามที่คนท้องถิ่นกล่าวอ้างจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงยังคงเป็นความเชื่อของคนท้องถิ่นตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน</p>
<p><strong>แต่ถ้าของเค้าดีจริงคงต้องบินไปลิ้มลองที่อินโดนีเซียนะค่ะ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนหัวโต ฉลาดจริงหรือ?</title>
		<link>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%95-%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%95-%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 05:14:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lasikeyesurgery101.com/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[&#160; คนหัวโต ฉลาดจริงหรือ? น้อง ๆ เคยสงสัยไหมคะว่า &#8220;ทำไมพี่คนนั้นหัวเล็กจัง?&#8221; มันจะแปลว่าเขามีสมองน้อยหรือเปล่านะ&#8230;. &#8220;เอ๊ะ แต่พี่คนนี้หัวโตมากกกกกก&#8221; (&#8211;) แสดงว่าเขาต้องมีสมองเยอะ และฉลาดมากแน่ๆ เลย&#8230;ความเชื่อแบบนี้จะถูกหรือเปล่านะ!! วันนี้เรามีคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้บอกกันค่ะ ^^ ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะหัวเล็ก หัวโต ก็ไม่ได้มีผลต่อความฉลาด เพราะสมองของคนเราก็เหมือนกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยิ่งได้ใช้งานมาก ก็ยิ่งมีการเจริญเติบโต คนที่หมั่นใช้สมองและความคิดสร้างสรรค์มากก็ยิ่งมีโอกาสเป็นคนฉลาดได้ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าขนาดของสมอง ก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอต่อการใช้สร้างความเจริญเติบโตให้ กับสมองต่างหาก ส่วนน้อง ๆ คนไหนที่นิยมอาหารจั๊งค์ฟู้ดจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า ฮอทด็อก ก็หันมารับประทานผัก ผลไม้กันบ้างนะคะ&#8230;เพื่อสมองของเราจะได้ไบร์ทอยู่ตลอดเวลาค่ะ&#8230;^^]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img src="http://uppic.happymass.com/upload/a239026240ea916c7f4bceacbcde7d34.jpg" alt="" /></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คนหัวโต ฉลาดจริงหรือ?</strong></p>
<p>น้อง ๆ เคยสงสัยไหมคะว่า <strong>&#8220;ทำไมพี่คนนั้นหัวเล็กจัง?&#8221;</strong> มันจะแปลว่าเขามีสมองน้อยหรือเปล่านะ&#8230;. <strong>&#8220;เอ๊ะ แต่พี่คนนี้หัวโตมากกกกกก&#8221;</strong> (&#8211;) แสดงว่าเขาต้องมีสมองเยอะ และฉลาดมากแน่ๆ เลย&#8230;ความเชื่อแบบนี้จะถูกหรือเปล่านะ!!</p>
<p><strong>วันนี้เรามีคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้บอกกันค่ะ ^^</strong></p>
<p>ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะหัวเล็ก หัวโต ก็ไม่ได้มีผลต่อความฉลาด เพราะสมองของคนเราก็เหมือนกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยิ่งได้ใช้งานมาก ก็ยิ่งมีการเจริญเติบโต คนที่หมั่นใช้สมองและความคิดสร้างสรรค์มากก็ยิ่งมีโอกาสเป็นคนฉลาดได้</p>
<p>เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าขนาดของสมอง ก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอต่อการใช้สร้างความเจริญเติบโตให้ กับสมองต่างหาก</p>
<p>ส่วนน้อง ๆ คนไหนที่นิยมอาหารจั๊งค์ฟู้ดจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า ฮอทด็อก ก็หันมารับประทานผัก ผลไม้กันบ้างนะคะ&#8230;เพื่อสมองของเราจะได้ไบร์ทอยู่ตลอดเวลาค่ะ&#8230;^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lasikeyesurgery101.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%95-%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

